โฮจิมินห์
  ฮานอย
  ไทเป
  ทบิลีซี
จีน   
  เฉิงตู
  เซี่ยงไฮ้
  เซียะเหมิน
  เสิ่นหยาง
  ไหหลำ
  กุ้ยหลิน
  คุนหมิง
  จางเจียเจี้ย
  ฉงชิ่ง
  ชิงเต่า
  ซัวเถา
  ซีอาน
  ปักกิ่ง
  ล่องเรือแยงซีเกียง
  หนานจิง
  หนานหนิง
  หลิงจือ
  อูรูมู่ฉี
  ฮูฮอท
  มอสโก
  ฮ่องกง
 
     Information
รัสเซีย ไครเมีย 9 วัน T5
ที่ตั้ง : มอสโก
ราคาเริ่มต้นที่ 79,900 บาท - ต่อคน
 
 
 
อัตราค่าบริการรวม
* ค่าห้องพักโรงแรมสำหรับห้องมาตรฐานในโปรแกรม(ห้องTwin)
* ค่าตั๋วเครื่องบินสายการบินTurkmenistan Airlines (T5)ชั้นEconomy Class
* ค่าอาหารทุกมื้อที่ระบุไว้ในโปรแกรม
* ค่าวีซ่านักท่องเที่ยว
* ค่าบัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
* ค่ายานพาหนะที่ใช้ในการนำเที่ยว รวมถึงค่าทางด่วน ค่าน้ำมัน หรือค่าจอดรถ
* ค่าประกันอุบัติเหตุในระหว่างการท่องเที่ยว สูงสุด1ล้านบาท โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบริษัทประกัน 

อัตราค่าบริการไม่รวม
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ เช่น ค่าซักรีด, ค่าช้อปปิ้ง, ค่าโทรศัพท์ และค่าการใช้บริการพิเศษอื่นๆ
- ค่าอาหารนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในโปรแกรม
- ค่าทำพาสปอร์ต
- ค่าทำวีซ่าของคนต่างชาติ หรือ ค่าทำวีซ่าแบบพิเศษต่างๆ
- ค่ายานพาหนะพิเศษอื่นๆที่ไม่ได้ระบุไว้ในโปรแกรม เช่น ม้า, รถม้า ฯลฯเป็นต้น
- ค่าทิป 5USD/วัน/คน

การชำระค่าทัวร์:
มัดจำท่านละ 25,000 บาท ส่วนที่เหลือชำระก่อนเดินทางประมาณ 15-20 วัน

หมายเหตุ
*รายการท่องเที่ยว และเมนูอาหารหรือร้านอาหารอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
*บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงราคาโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าในกรณีที่มีการขึ้นลงของเงินตราต่างประเทศ 
*การไม่รับประทานอาหารบางมื้อ ไม่เที่ยวบางรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้
*บริษัทฯ เป็นเพียงตัวแทนสายการบิน, โรงแรม, ภัตตาคาร หรืออื่นๆ ไม่อาจจะรับผิดชอบต่อปัญหาเช่น นัดหยุดงาน การเมือง ความล่าช้า การจราจร หรือภัยธรรมชาติ แต่ยังคงรักษามาตรฐานการบริการที่ดีเพื่อให้ท่านเกิดประโยชน์และความสุขในการท่องเที่ยว
*การที่บุคคลหนึ่งบุคคลใดในกรุ๊ปทัวร์ถูกห้ามไม่ให้เข้าประเทศโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเมื่อเดินทางถึงประเทศนั้นๆ บริษัทจะไม่รับผิดชอบหรือคืนเงินในทุกกรณี

ทางบริษัทมีประกันอุบัติเหตุให้ที่นั่งละ 1,000,000 บาท
 
 
เดือน กำหนดการ ราคาเริ่มที่
ก.ย. 2 - 10 ก.ย. 60
79,900.-
วันแรก สนามบินสุวรรณภูมิ – กรุงอาซกาบัต – มอสโคว์, รัสเซีย – ซิตี้ทัวร์ในกรุงมอสโคว์
01.30 น.
คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน Turkmenistan Airlines โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทคอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกในเรื่องของเอกสารเช็คอิน
04.40 น.
ออกเดินทางสู่กรุงอาซกาบัต ประเทศเติร์กเมนิสถาน โดยสายการบิน Turkmenistan Airlines (T5) เที่ยวบินที่ T5642
10.00 น.
เดินทางถึงกรุงอาซกาบัต เพื่อรอต่อไฟล์ทไปยังกรุงมอสโคว์ ประเทศรัสเซีย
13.10 น.
ออกเดินทางสู่กรุงมอสโคว์ โดยสายการบิน Turkmenistan Airlines (T5) เที่ยวบินที่ T5705
15.10 น.
เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติโดโมเดอโดโวในกรุงมอสโคว์ ประเทศรัสเซีย หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจเช็คสัมภาระเรียบร้อย มัคคุเทศก์ท้องถิ่นนำท่านออกเดินทางสู่ตัวเมืองมอสโคว์โดยรถโค้ชปรับอากาศ กรุงมอสโคว์เป็นเมืองหลวงของประเทศรัสเซีย เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเงิน การศึกษา และการเดินทางของประเทศ โดยตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำมัสกวา ซึ่งในตัวเมืองมีประชากรอยู่อาศัยกว่า 1 ใน 10 ของประเทศและเมื่อสมัยครั้งที่สหภาพโซเวียตยังไม่ล่มสลายกรุงมอสโคว์นั้นก็ยังเป็นเมืองหลวงของสหภาพโซเวียตอีกด้ว
เย็น
บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านซิตี้ทัวร์แวะชมและถ่ายรูปสวยๆ กับสถานที่ต่างๆ ในช่วงยามเย็นของมอสโคว์อาทิ ปอกลอนนาย่าฮิลล์, โนโวเดอวิชี่คอนแวนต์, สแปโรว์ฮิลล์, มหาวิหารเซนต์ เดอ ซาเวียร์ เป็นต้นก่อนนำท่านเข้าเช็คอิน ณ ที่พัก
ค่ำ
นำท่านสู่ที่พัก Ibis Moscow หรือเทียบเท่า
วันที่สอง พระราชวังเครมลิน – อาร์มเมอรี่แชมเบอร์ – จตุรัสแดง – รถไฟใต้ดิน – ละครสัตว์
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก จากนั้นนำท่านสู่พระราชวังเครมลิน (Kremlin Palace) โดยความน่าสนใจของเครมลินนั้นได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ป้อมประตู โดยกำแพงที่ล้อมรอบเครมลินนี้มีป้อมหรือหอคอยอยู่ทั้งหมด 20 แห่ง ป้อมแต่ละป้อมมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ความสูงของป้อม การตกแต่ง เช่นบางป้อมมีดาวแดงประดับอยู่บนยอด บางป้อมทำเป็นหอนาฬิกา ท่านจะได้ชมปืนใหญ่พระเจ้าซาร์ ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1586 ว่ากันว่าเป็นปืนใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีน้ำหนักถึง 40 ตันด้วยกัน แถมด้านหน้าปืนใหญ่ยังมีลูกกระสุนตั้งซ้อนกันอยู่ด้านหน้า 4 ลูกโดยแต่ละลูกก็หนักถึง1ตันทีเดียว จากนั้นนำท่านชมระฆังของพระเจ้าซาร์ เป็นระฆังที่ใหญ่ที่สุดในโลก น้ำหนักกว่า 200 ตัน และมีลวดลายสวยงามบนตัวระฆัง แต่น่าเสียดายที่ระฆังนี้ยังไม่เคยมีเสียงหรือไม่เคยถูกใช้สักครั้ง เพราะในขั้นตอนการหล่อยังไม่ทันเสร็จสมบูรณ์ ตัวระฆังยังอยู่ในเตาหล่อใต้ดิน ก็เกิดไฟไหม้ขึ้นภายในเครมลิน หลังจากเพลิงสงบน้ำที่ใช้ดับไฟได้ซึมลงไปในเตา อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทำให้ระฆังร้าวและแตกออกมา ซึ่งเฉพาะส่วนที่แตกออกมานั้นมีน้ำหนักมากถึง 11ตันเลยทีเดียว นำท่านชมส่วนของพระบรมมหาราชวังซึ่งเคยเป็นที่ประทับของพระเจ้าซาร์และพระบรมวงศานุวงศ์ พระราชวังเครมลินถือเป็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่สุดในเครมลิน โดยมีคอนสแตนตินธอน ซึ่งเป็นช่างที่ได้ศึกษาศิลปกรรมของอิตาลีมาเป็นช่างผู้ออกแบบ โดยพระราชวังซึ่งเป็นอาคารสีครีมมียอดโดมทรงกลมยอดแหลมอยู่ตรงกลางแห่งนี้จึงมีกลิ่นอายของศิลปะอิตาเลียนผสมอยู่ไม่น้อย ว่ากันว่า มีห้องหับต่างๆ ในพระราชวังนี้ถึง 700 ห้องเลยทีเดียว โดยมีทั้งเครื่องตกแต่ง ภาพประดับภาพฝาผนัง รวมไปถึงโคมไฟหรือแชนเดอร์เลียสุดอลังการที่ประดับอยู่มากมาย จากนั้นนำท่านสู่ พิพิธภัณฑ์อาร์มเมอรี่ แชมเบอร์ (Armoury Chamber) หรือพิพิธภัณฑ์เครื่องเพชร พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุดของประเทศรัสเซีย พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ภายในเขตของพระราชวังเครมลิน ในอดีตพระเจ้าอล็กซานเดอร์ที่ 1 โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่เก็บสะสมทรัพย์สมบัติต่างๆ ซึ่งสมบัติเหล่านี้ล้วนเป็นของล้ำค่าทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นฉลองพระองค์ของเหล่ากษัตริย์และพระราชินี เครื่องประดับอัญมณีต่างๆ ข้าวของเครื่องใช้ในราชสำนักต่างๆ ซึ่งแต่ละชิ้นล้วนแต่สวยงามละลานตาเป็นอย่างมาก อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็คือ “มงกุฎโมนามาค” ซึ่งซาร์ทุกพระองค์จะต้องสวมมงกุฎนี้ในพิธีบรมราชาภิเษก และจะต้องมีคทาและลูกโลกประกอบด้วย มงกุฎของพระนางแอนนาก็เป็นมงกุฎที่งดงาม ประดับด้วยเพชรแท้ 2,500 เม็ด และมีอัญมณีสีแดงประดับอยู่ด้านบนมงกุฎอีกด้วย
กลางวัน
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร/span>
บ่าย
นำท่านสู่ จัตุรัสแดง (Red Square) เป็นสถานที่สำคัญของกรุงมอสโคว์ ซึ่งตั้งอยู่กลางใจเมืองของมอสโคว์ ประเทศรัสเซีย ทางด้านหน้าจัตุรัสแดงนั้น เป็นที่ตั้งของกิโลเมตรที่ศูนย์ของรัสเซีย สังเกตุได้จากที่พื้นถนนจะมีสัญลักษณ์เป็นวงกลม และภายในวงกลมนี้เองก็จะมีนักท่องเที่ยวเข้าไปยืนกลางวงกลมนั้นและโยนเศษเหรียญข้ามไหล่ตัวเองไปด้านหลังเพื่ออธิษฐานให้ได้กลับมาที่มอสโกอีกครั้ง ทั้งสี่ด้านของจัตุรัสแดงต่างก็ล้อมรอบไปด้วยสถานที่สำคัญต่างๆทั้งที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ และใกล้ๆ กันนั้นก็เป็นย่านการค้าธุรกิจ นำท่านเข้าห้างสรรพสินค้ากูม (Gum) ห้างของรัฐบาลในสมัยโซเวียตสร้างขึ้นมาตั้งแต่ ค.ศ.1889 ซึ่งปัจจุบันกลายมาเป็นห้างสรรพสินค้าของเอกชน มีร้านค้าแบรนด์เนมทั้งหลายให้เลือกช้อปหลายร้าน และมีร้านกาแฟน่ารักๆ ให้นั่งจิบกาแฟชมบรรยากาศเก่าๆของใจกลางเมืองมอสโคว์ ด้านล่างของตึกมีน้ำพุสวยงามเหมาะสำหรับนั่งพักเหนื่อยและชมความงามไปด้วยพร้อมกัน ใกล้กับห้างสรรพสินค้ากูมจะเป็นที่ตั้งของมหาวิหารเซนต์บาซิล(St. Basil Cathedral) หรือโบสถ์สีลูกกวาด โดยโบสถ์สีสันสวยงามแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในช่างศตวรรษที่ 16 และถือเป็น Landmark ของรัสเซียที่คนทั่วโลกต่างคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีจากรูปภาพต่างๆ และในอีกฟากหนึ่งของจตุรัสในฝั่งเดียวกันกับกำแพงพระราชวังเครมลินนั้นจะเป็นที่ฝังศพของเลนิน จากนั้นนำท่านสู่สถานีรถไฟใต้ดิน ให้ท่านโดยสารรถไฟใต้ดินสู่สถานีที่มีชื่อเสียงต่างๆ เพื่อชมความงดงามของสถานีที่ถูกตกแต่งอย่างวิจิตรมาตั้งแต่สมัยโซเวียต โดยสถานีต่างๆเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นภายหลังจากเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่สอง สถาปัตยกรรมที่ปรากฏภายในสถานีเหล่านี้คือการสะท้อนถึงเหตุการณ์การรวมชาติโซเวียตและเป็นการนำรูปแบบของสถาปัตยกรรมจากอารยธรรมโบราณที่แสดงถึงความเจริญทางศิลปะวิทยาการมาเป็นสื่อสะท้อนถึงชัยชนะและความยิ่งใหญ่ของสหภาพโซเวียต จากนั้นนำท่านเดินเล่นและช้อปปิ้งสินค้าต่างๆ ที่ถนนอารบัตก่อนเข้ารับประทานอาหารเย็น
เย็น
บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเข้าชมการแสดงละครสัตว์อันเป็นโชว์ที่มีชื่อเสียงอีกอย่างหนึ่งของรัสเซีย
ค่ำ
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Ibis Moscow หรือเทียบเท่า
วันที่สาม โคโลเมนสโคว – สวนซาร์ริสซิโน – สนามบินโดโมเดอโดโว – ซิมเฟโรพอล, ไครเมีย
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก จากนั้นนำท่านสู่อุทยานโคโลเมนสโคว (Kolomenskoye) อุทยานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่14 ห่างจากกรุงมอสโคว์มาทางใต้ประมาณ 70 กม. บริเวณโดยรอบ อุทยานแห่งนี้นั้นร่มรื่นไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด และยังมีส่วนของวังไม้เก่าและโบสถ์สำหรับพระเจ้าซาร์และราชวงค์พระองค์อื่นๆมาพักค้างแรม ณ เมืองนี้ ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกใช้ในช่วงฤดูร้อน ปัจจุบันถูกเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่จัดแสดงสถาปัตยกรรมไม้ที่สวยงามตามสไตล์รัสเซียน รวมถึงยังเป็นที่เก็บรักษารูปวาดโบราณของรัสเซียตั้งแต่ศตวรรษที่15-17ไว้เป็นจำนวนมาก องค์การยูเนสโกจึงได้ประกาศให้อุทยานแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี 1994
กลางวัน
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
นำท่านแวะ ซาร์ริทซิโน (Tsaritsyno) สวนแห่งนี้ในอดีตได้มีการสร้างพระราชวังของพระนางแคธเทอรีนขึ้น จึงทำให้ภายในบริเวณสวนแห่งนี้นั้นมีสิ่งปลูกสร้างสวยๆ งามๆ จากศตวรรษที่ 18 อยู่เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันตัวพระราชวังถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับเก็บรักษาสิ่งล้ำค่าทางประวัติศาสตร์และผลงานปติมากรรมต่างๆที่มีอายุนับร้อยปี ให้ท่านได้เดินเล่นและถ่ายรูปสวยๆก่อนนำท่านสู่สนามบินเพื่อเดินทางสู่ไครเมีย
17.40 น.
เดินทางสู่เมืองซิมเฟโรพอล,รัฐไครเมีย โดยสายการบิน Ural Airlines เที่ยวบินที่ U62841
20.05 น.
ถึงสนามบินเมืองซิมเฟโรพอล
ค่ำ
บริการอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก Livadiysky Spa Hotel หรือเทียบเท่า หลังอาหารพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สี่ เซวัสโตปอล – ล่องเรืออ่าวบารัคลาวา – ไร่ไวน์อิงเคอร์มัน (wine testing)
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก จากนั้นนำท่านสู่ นครเซวัสโตปอล (Sevastopol) ซึ่งเป็นเมืองริมชายฝั่งทะเลดำที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของแหลมไครเมีย ในอดีตเมืองนี้เป็นส่วนหนึ่งของ ยูเครน ปัจจุบันได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียหลังการลงประชามติผนวกสาธารณรัฐปกครองตนเองไครเมียและนครเซวัสโตปอลเข้าด้วยกัน ปัจจุบันเซวัสโตปอลจึงกลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติต่างให้ความสนใจที่จะมาเยือนเมืองนี้อย่างมากเนื่องจากมีอาณาเขตติดกับทะเลดำภูมิอากาศจึงอบอุ่นกว่าภูมิภาคอื่นๆของรัสเซียเหมาะกับการพักผ่อนเป็นอย่างยิ่งโดยนักท่องเที่ยวส่วนมากจะ เป็นนักท่องเที่ยวจากทางฝั่งยุโรปที่นิยมมาล่องเรือกัน นำท่านชมสถานที่ต่างๆที่มีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ของรัสเซียจากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองบารัคลาวา ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการล่องเรือชมวิวในอ่าวบารัคลาวาก่อนนำท่านเข้ารับประทานอาหารกลางวัน
กลางวัน
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
หลังอาหารนำท่านซิตี้ทัวร์ชมเมืองเซวัสโตปอลอีกเล็กน้อย ก่อนนำท่านสู่ไร่องุ่นอิงเคอร์มัน ซึ่งเป็นไร่องุ่นที่มีชื่อเสียงด้านการทำไวน์เป็นอย่างมากของนครเซวัสโตปอล ให้ท่านได้ชิมไวน์คุณภาพเยี่ยมจากแหล่งผลิตไวน์ชั้นเลิศของรัสเซีย ก่อนนำท่านกลับสู่โรงแรมที่พัก
เย็น
บริการอาหารเย็น ณ โรงแรมที่พัก Livadiysky Spa Hotel หรือเทียบเท่า หลังอาหารพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่ห้า พระราชวังโวรอนต์ซอฟ – ปราสาทสวาโรว์เนสต์ – พระราชวังลิวาเดีย – ไรไวน์มาสซานดร้า
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก หลังอาหารนำท่านออกเดินทางสู่พระราชวังโวรอนต์ซอฟ (Vorontsov Palace) พระราชวังที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในไครเมียแห่งนี้เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี1828 โดยเจ้าชายมิคาอิล โวรอนต์ซอฟ เพื่อใช้เป็นพระราชวังฤดูร้อน พระราชวังโวรอนต์ซอฟถูกออกแบบโดย Edward Blore สถาปนิกจากพระราชวังบัคกิ้งแฮมของอังกฤษ โดยออกแบบให้มีกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมเรเนอซองส์สไตล์อังกฤษ ผสานกับสถาปัตยกรรมตาตาร์ท้องถิ่นของไครเมีย โดยตัวพระราชวังนั้นถูกล้อมรอบสวนอันสวยงามที่มีความน่าสนใจไม่แพ้ตัวพระราชวังเลยทีเดียว จากนั้นนำท่านสู่เมืองแกสปร้า (Gaspra) ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆชายฝั่งทะเลดำที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวอีกเมืองหนึ่งของไครเมีย โดยเมืองนี้มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในเรื่องของการทำสปา ซึ่งจะเห็นได้จากร้านที่ให้บริการสปาแบบต่างๆที่กระจายอยู่จนทั่วเมืองนี้ นำท่านสู่ปราสาทสวาโรว์เนสต์ (Swallow Nest Castle) ถูกสร้างขึ้นโดยชาวเยอรมัน (Baron von Steingel) บนหน้าผาสูงริมทะเลดำในปี ค.ศ.1911 ไม่กี่ปีหลังจากการก่อสร้างเสร็จสิ้นปราสาทก็ถูกขายทอดตลาดเพื่อใช้ทำเป็นร้านอาหาร ในช่วงค.ศ.1927 ปราสาทแห่งนี้ได้รอดพ้นจากแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 6.0-7.0 ริกเตอร์มาได้โดยแทบไม่เกิดความเสียหายกับตัวปราสาทเลย จะมีแค่เพียงชิ้นส่วนเล็กๆ ที่ใช้ประดับตัวปราสาทเท่านั้นที่หลุดออกมา ปัจจุบันปราสาทแห่งนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์การท่องเที่ยวของไครเมียที่คุ้นตากันดีในหมู่นักท่องเที่ยว
กลางวัน
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
นำท่านสู่พระราชวังลิวาเดีย (Livadia Palace) พระราชวังฤดูร้อนของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 และพระบรมวงศานุวงศ์สำหรับพักผ่อนช่วงฤดูร้อนในลิวาเดียย่า พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาวทั้งหลังในไสตล์นีโอเรเนอซองส์ มีลานขนาดใหญ่ที่ปูด้วยหินอ่อนนำเข้าจากเมืองคาเรร่า,ประเทศอิตตาลี มีห้องต่างๆ ถึง 116 ห้องซึ่งความโดดเด่นอยู่ที่ห้องทั้งหมดถูกตกแต่งแตกต่างกันออกไป มีห้องเล่นบอลเลียดสไตล์อังกฤษ และมีทางเดินเชื่อมตัวพระราชวังกับโบสถ์เก่าซึ่งสร้างอย่างสวยงามในแบบนีโอไบเซนไทน์ในปี 1886 โดย Monighett ซึ่งเป็นสถาปนิกชาวสวิสผู้ออกแบบวิลล่าของพระราชวังแคธเทอรีน และโรงอาบน้ำแบบเตอร์กิซอันสวยงามในสวนของพระราชวังแคธเทอรีน อีกทั้งยังถวายงานออกแบบต่างๆอีกมากมายให้กับราชวงศ์โรมานอฟ หลังจากสิ้นสุดราชวงศ์โรมานอฟพระราชวังลิวาเดียถูกใช้เป็นที่พักสำหรับรับรองแขก VIP จากทั่วโลกจำนวนมากที่มาเยือนและมาประชุมสุดยอดระดับชาติ อาทิ ในปี 1945 ได้ถูกใช้รองรับประธานาธิปดีรูสเวลล์ของสหรัฐอเมริกาและคณะเป็นต้น ปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้ได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์อันทรงคุณค่ามากที่สุดแห่งหนึ่งในไครเมีย จากนั้นนำท่านสู่ ไร่ไวน์มาสเซนดร้า (Massandra Winery) ไร่ไวน์เก่าแก่อีกแห่งหนึ่งในไครเมียซึ่งถูกก่อตั้งขึ้นในปี 1894 ภายใต้การดูแลของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่2แห่งราชวงศ์โรมานอฟ โดยต่อมาในสมัยโซเวียต ก็ได้อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลทั้งนี้เพื่อปกป้องสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดของไร่ไวน์แห่งนี้นั่นก็คือห้องใต้ดินที่สำหรับเก็บไวน์ซึ่งได้รวบรวมไวน์อายุนับร้อยปีจากยุคต่างๆเอาไว้มากมาย ต่อมาเมื่อยุคโซเวียตสิ้นสุดลงไร่ไวน์แห่งนี้ก็ตกอยู่ในมือของรัฐบาลยูเครนก่อนที่จะกลับมาเป็นกรรมสิทธิ์ของรัสเซียอีกครั้งในปัจจุบัน เมื่อประธานาธิปดีปูตินผนวกไครเมียเข้ากับรัสเซียตั้งแต่ปี 2014 จนถึงปัจจุบัน ไร่ไวน์แห่งนี้นับเป็นไร่ไวน์ที่มีชื่อเสียงที่สุด ในรัสเซียโดยจะส่งไวน์ไปขายในเมืองต่างๆ ในรัสเซียปีหนึ่งนับล้านขวดเลยทีเดียว ให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการชิมไวน์ที่มีชื่อเสียงของไร่มาสแซนดร้าแห่งนี้
ค่ำ
บริการอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก Livadiysky Spa Hotel หรือเทียบเท่า หลังอาหารให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่หก พระราชวังข่านแห่งไครเมีย – ถ้ำโบราณชูฟุตคาเล่ – นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก – ล่องเรือดินเนอร์
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก หลังอาหารนำท่านออกเดินทางสู่พระราชวังข่านแห่งไครเมีย (Palace of the Crimean Khans) ตั้งอยู่ในเมืองบัคห์ชิซาไรย์ (Bakhchisary) ซึ่งเป็นเมืองหลวงโบราณของไครเมียที่เป็นที่อยู่ของพวกตาตาร์ในสมัยก่อน พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่16 ศิลปะการตกแต่งภายนอกและภายในเป็นแบบตาร์ตาร์-ไครเมียนที่เป็นเอกลักษณ์ นับเป็นพระราชวังสไตล์มุสลิมที่สวยงามที่สุดในยุโรปอีกแห่งหนึ่ง ภายในอาณาเขตของพระราชวังประกอบไปด้วย ส่วนของวิลล่าที่อยู่อาศัย สวนที่งดงาม มัสยิด และฮาเร็มตามสไตล์ของมุสลิม จากนั้นนำท่านสู่ เมืองถ้ำโบราณชูฟุตคาเล่ (Chufut-Kale) ซึ่งเคยเป็นป้อมปราการจากยุคกลางบนเทือกเขาไครเมียน ห่างจากเมืองบัคห์ชิซาไรย์เพียว 3กิโลเมตร โดยชื่อชูฟุตคาเล่นั้นมาจากภาษาไครเมียนท้องถิ่นผสมกับภาษาตุรกีซึ่งหมายถึง “ป้อมปราการของพวกยิว” ปัจจุบันนับเป็นเหมือนอนุเสวรีย์ทางวัฒนธรรมแห่งชาติของรัฐไครเมีย
กลางวัน
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านสู่สนามบินซิมเฟโรพอล เพื่อเตรียมตัวเดินทางสู่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
15.20 น.
ออกเดินทางสู่สนามบินพูลโกโว, นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กโดยสายการบิน Ural Airlines เที่ยวบินที่ U6512
18.20 น.
ถึงสนามบินพูลโกโว นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก จากนั้นเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเพื่อ นำท่านล่องเรือรับประทานอาหารค่ำพร้อมชมวิวนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กยามค่ำคืนจาก แม่น้ำเนฟว่าซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของนครแห่งนี้ โดยนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กถูกก่อตั้งโดยพระเจ้าปีเตอร์มหาราชเมื่อ พ.ศ. 2246 โดยตัวเมืองเริ่มสร้างด้วยการถมทรายและหินเป็นจำนวนมากเพราะว่าพื้นที่เดิมของเมืองนั้นเป็นดินเลนของทะเลใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่จากยุโรปจึงทำให้เมืองนี้มีกลิ่นอายของยุโรปมากกว่าเมืองอื่นๆในรัสเซียและด้วยที่ตั้งของเมืองที่อยู่ติดทะเลบอลติกจึงทำให้เมืองแห่งนี้ได้รับฉายาว่าหน้าต่างของยุโรป ครั้งหนึ่งนครแห่งนี้เคยถูกตั้งเป็นเมืองหลวงแทนกรุงมอสโคว์นานกว่า200ปี ก่อนที่จะย้ายเมืองหลวงกลับไปยังกรุงมอสโคว์ ชื่อเดิมของนครแห่งนี้คือเปโตรกราดและจากนั้นก็เคยถูกเปลี่ยนชื่อเป็นเลนินกราดเพื่อเป็นเกียรติแด่เลนิน หลังจากการตายของเขา
ค่ำ
นำท่านสู่ที่พัก Park Inn Pribaltiyskaya หรือเทียบเท่า
วันที่เจ็ด พระราชวังฤดูร้อน – พระราชวังฤดูหนาว – มหาวิหารเซนต์ไอแซค – โบสถ์หยดเลือด
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก หลังอาหารนำท่านออกเดินทางสู่ พระราชวังปีเตอร์ฮอฟ (Peterhof) หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า “พระราชวังฤดูร้อนเปโตรควาเรสต์”ตั้งอยู่ที่ริมฝั่งทะเลบอลติก เป็นพระราชวังของพระเจ้าปีเตอร์มหาราช ตัวอาคารพระราชวังสวยงามมาก นอกจากนี้ยังมีน้ำพุมากกว่า 100 แห่ง พระราชวังฤดูร้อนปีโตรเดอร์วาเรส เป็นที่หนึ่งของความใหญ่โตที่สุดในรัสเซีย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการสืบทอดประเพณีแห่งสากล รวมทั้งความสำเร็จ ความกล้าหาญและความเก่งกาจ ด้วยตัวอย่างของกลุ่มสถาปัตยกรรม ประติมากรรมและกลุ่มวิศวกรรมที่สอดสานความงามของศิลปะเข้ากับภูมิ ประเทศที่สวยงาม พระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี1720 จากการออกแบบของสถาปนิก ฌองบัฟติสต์เลอบลองด์ และได้ถูกตกแต่งเพิ่มเติมอย่างวิจิตรโอ่อ่าโดยซาลีน่าอลิธซาเบธ ร่องรอยสไตล์บาร็อกเดิมอันงดงามของพระเจ้าปีเตอร์และเลอบลองด์ยังคงมีให้เห็น ปีเตอร์ฮอฟสร้างอยู่บนทำเลงามบนเนินธรรมชาติดุจดังแวร์ซายส์ริมทะเล การสร้างน้ำพุซับซ้อนบนเนินดินเลนชื้นแฉะเป็นเรื่องที่ยากมากในสมัยนั้น ด้านหน้าของพระตำหนักคือ สวนน้ำซึ่งมีบันใดน้ำตกใหญ่เป็นส่วนที่เด่นที่สุดที่มีรูปปั้นแซมซันฉีกปากสิงโตด้วยมือเปล่า
กลางวัน
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
นำท่าน สู่พิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจและ พระราชวังฤดูหนาว (Hermitage and Winter Palace) แต่เดิมนั้นเฮอร์มิเทจนั้นเป็นชื่อเรียก สมบัติล้ำค่าของพระราชินีแคทเธอรีนที่ได้เก็บรวบรวมและชื้อภาพ เขียนชื่อดังจากยุโรปกว่า 200 ภาพ จึงต้องสร้างห้องสำหรับ เก็บภาพและสมบัติล้ำค่าส่วนพระองค์และสมบัติของพระ เจ้าปีเตอร์มหาราชขึ้น โดยมีน้อยคนนักที่จะได้เห็นคอลเล็คชั่นอันประเมินค่ามิได้เหล่านี้ โดยพระองค์ทรงเคยกล่าวไว้ในจดหมายฉบับหนึ่งว่า “มีแค่หนูกับฉันเท่านั้นที่สามารถชื่นชมผลงานเหล่านี้ได้ " เมื่อพระนางสวรรคตก็มีสมบัติสะสมมากมาย โดยเฉพาะภาพเขียนที่ทรงโปรดปราณมากกว่า 3,000 ภาพ เหรียญโบราณอัญมณีอันล้ำค่า จนถึงสมัยพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 1 มีการจัดหมวดหมู่ของสะสมทั้งหมด และเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมในปี ค.ศ.1852 จากนั้นนำท่านชมความยิ่งใหญ่และงดงามของ มหาวิหารเซนต์ไอแซค (St. Isaac's Cathedral) ซึ่งเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1818 แล้ว เสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1858 เป็นหนึ่งในมหาวิหารที่สวยที่สุดของรัสเซีย สร้างในสมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 1 ออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส Auguste de Montferrandใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 40 ปี ประกอบด้วยเสาหินแกรนิต 48 ต้น น้ำหนักต้นละ 114 ตัน ถายในประดับประดาด้วยปฏิมากรรมบอร์น และภาพวาดกว่า 400 ชิ้น โดมทองอันสง่างามที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองด้วยขนาดมหึมาที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 25.8 เมตรซึ่งเป็นอันดับที่ 4 ของโลกรองจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ที่กรุงโรม มหาวิหารเซนต์ปอลที่ลอนดอน และมหาวิหาร "สตาเดลฟีออเร" ที่ฟลอเรนซ์ จากนั้นนำท่านสู่ โบสถ์หยดเลือด (The Spilled Blood Church) วิหารอันงดงามแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นจากความเสียใจและน้ำตาของพระเจ้าอ เล็กซานเดอร์ที่3 ซึ่งทรงสั่งให้สร้างวิหารแห่งนี้ทับรอยเลือดของพระบิดา (พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่2) หลังจากที่พระองค์ทรงถูกประชาชนผู้ก่อการร้ายปาระเบิดเพื่อลอบปลงพระชนม์ซึ่งระเบิดลูกนั้นก็ได้ถูกพระองค์จนบาดเจ็บสาหัส และสิ้นพระชนม์ในเวลาต่อมา โดยวิหารแห่งนี้เริ่มก่อสร้างเมื่อศตวรรษที่ 17 และใช้เวลาก่อนสร้างยาวนานว่า 20 ปี เป็นงานศิลปะแบบรัสเซียดั้งเดิมที่ ประดับประดาด้วยโมเสกพร้อมกับรูปภาพโมเสจขนาดใหญ่ยักษ์มากมาย จุดที่เป็นไฮไลท์ของโบสถ์แห่งนี้คือโมเสกรูปพระเยซูบนเพดานที่โดนระเบิดสมัยสงคราม และจุดที่สร้างทับรอยเลือดของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่2ถูกคนร้ายลอบปาระเบิดใส่
เย็น
บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านสู่ ถนนเนฟสกี้ พรอสเพค (Nevsky Prospekt) ถนนเก่าแก่ที่เป็นถนนสายหลักของนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กนี้มีมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช หรือในช่วงศตวรรษที่18 จุดเด่นอยู่ที่สถาปัตยกรรมสวยงามจากศตวรรษที่18มากมาย และร้านค้าต่างๆ, ร้านกาแฟ ขนม อาหารทานเล่น รวมถึงโรงละครและโรงแรมที่เรียงรายอยู่บนถนนประวัติศาสตร์สายนี้
ค่ำ
นำท่านสู่โรงแรมที่พัก Park Inn Pribaltiyskaya หรือเทียบเท่า
วันที่แปด ซิตี้ทัวร์ในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก – ป้อมปีเตอร์แอนด์พอล – สนามบินพูลโกโว – อาซกาบัต
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก หลังอาหารนำท่านซิตี้ทัวร์ชมสถานที่ต่างๆ ในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก โดยสถานที่ส่วนมากจะเป็นสถานที่สวยงามที่น่าสนใจ หรือมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น ก่อนจะนำท่านสู่ ป้อมปีเตอร์แอนด์พอล (Peter and Paul Fortress) ซึ่งจริงๆแล้วสถานที่แห่งนี้เป็นวิหารสำหรับประกอบพิธีทางศาสนา และเป็นที่ฝังพระศพของราชวงศ์โรมานอฟ ซึ่งถูก เริ่มสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ 1712 ด้วยการ ออกแบบของ DomennicaTrezzini สร้างเสร็จใน ค.ศ 1733 ตั้งชื่อวิหารแห่งนี้เพื่อเป็นเกียรติ์แด่ นักบุญปีเตอร์ และนักบุญปอลด์เพื่อเป็นการเผยแพร่ศาสนา ความสูงของยอดแหลมคือ 122.5 เมตร ในอดีตเป็นสิ่ง ก่อสร้างที่สูงที่สุดของเมืองและห้ามสร้างสิ่งก่อสร้างใดสูงกว่า ภายในทำการตกแต่งด้วยศิลปะบารอกซึ่งนับว่าแตกต่าง กับโบสถ์คริสต์ออร์โทดอกซ์ทั่วไป ซึ่งวิหารแห่งนี้เป็นที่เก็บพระศพของราชวงศ์โรมานอฟ เริ่มต้นจากพระเจ้าปีเตอร์มหาราชเป็นองค์แรก จนกระทั่งถึงกษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ที่เพิ่งนำมาในปีค.ศ 1998 โดยการตรวจ DNA ทราบว่าคือ พระเจ้านิโคลัส ที่ 2 และครอบครัวซึ่งประกอบด้วย พระเจ้านิโคลัสที่ 2 พระมเหสีอเล็กซานดรา และพระธิดา 3 พระองค์คือโอลก้า (Olga) ทาเทียนา (Tatiana) และอนาสตาเซีย (Anastasia) ส่วนที่ไม่พบคือ มาเรีย (Maria) และรัชทายาทอเล็กเซย์ (Alekxy) ลักษณะของโลงที่เก็บพระศพนั้น มีลักษณะเป็นโลงหินอ่อนสีขาว แต่มีอยู่ 2 โลงที่เป็นโลงหิน อ่อนสีเขียวและสีแดงซึ่งเป็นที่เก็บพระศพของพระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 2 และพระนางมารีอเล็กซานดรอฟนา เจ้าหญิงแห่งประเทศเยอรมัน บริเวณโดยรอบมีโรงงานผลิตเหรียญและที่ขังคุกนักโทษทางการเมือง นักโทษคนแรกคือ เจ้าชายอเล็กซิสพระโอรสของพระเจ้าปีเตอร์มหาราช เนื่องจากมีความคิดเห็นขัดแย้งกับพระองค์มาโดยตลอดและ เจ้าชายก็ถูกฆาตรกรรมในคุกนี้ด้วย
กลางวัน
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านสู่สนามบินพูลโกโว เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับ
17.20 น.
ออกเดินทางสู่กรุงอาซกาบัตโดยสายการบิน Turkmenistan Airlines (T5) เที่ยวบินที่ T5732
23.35 น.
ถึงกรุงอาซกาบัตเพื่อรอต่อไฟล์ทสู่สนามบินสุวรรณภูมิ
วันที่เก้า สนามบินกรุงอาซกาบัต – สนามบินสุวรรณภูมิ
03.40 น.
ออกเดินทางสู่กรุงเทพมหานครโดยสายการบิน Turkmenistan Airlines (T5) เที่ยวบินที่ T5 647
11.55 น.
ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
หมายเหตุ
กรุ๊ปทัวร์ออกเดินทางที่ 15ท่านขึ้นไปโดยมีหัวหน้าทัวร์เดินทางไป-กลับพร้อมกรุ๊ป
 
ข้อมูล
ข้อมูลการเดินทาง :
วันที่เริ่มเดินทาง : (วว/ดด/ปป)
ผู้ใหญ่ 1 คน (P1A)
ผู้ใหญ่ 1 คน พักกับเด็ก 1 คน (P1A1C)
ผู้ใหญ่ 2 คน พักกับเด็ก 1 คน มีเตียงเสริม (P2A1C_WB)
ผู้ใหญ่ 2 คน พักกับเด็ก 1 คน ไม่มีเตียงเสริม (P2A1C_NB)
ผู้ใหญ่ 1 คน พักห้องเดี่ยว (P1A_SR)



 
หมายเหตุ
P1A = ผู้ใหญ่ 1 คน
P1A1C = ผู้ใหญ่ 1 คน พักกับเด็ก 1 คน
P2A1C_WB = ผู้ใหญ่ 2 คน พักกับเด็ก 1 คน มีเตียงเสริม
P2A1C_NB = ผู้ใหญ่ 2 คน พักกับเด็ก 1 คน ไม่มีเตียงเสริม
P1A_SR = ผู้ใหญ่ 1 คน พักห้องเดี่ยว
Print Info