โฮจิมินห์
  ฮานอย
  ไทเป
ไทย   
  ภูเก็ต
  ทบิลีซี
จีน   
  เฉิงตู
  เซี่ยงไฮ้
  เซียะเหมิน
  เสิ่นหยาง
  ไหหลำ
  กุ้ยหลิน
  คุนหมิง
  จางเจียเจี้ย
  ฉงชิ่ง
  ชิงเต่า
  ซัวเถา
  ซีอาน
  ปักกิ่ง
  ล่องเรือแยงซีเกียง
  หนานจิง
  หนานหนิง
  หลิงจือ
  อูรูมู่ฉี
  ฮูฮอท
  มอสโก
  ดูไบ
  ฮ่องกง
 
     Information
ตามล่าแสงเหนือ รัสเซีย 9 วัน T5
ที่ตั้ง : มอสโก
ราคาเริ่มต้นที่ 79,900 บาท - ต่อคน
 
 
 
อัตราค่าบริการรวม
* ค่าห้องพักโรงแรมสำหรับห้องมาตรฐานในโปรแกรม (ห้องTwin)
* ค่าตั๋วเครื่องบินสายการบิน Turkmenistan Airlines (T5) ชั้นEconomy Class และ Business Class
* ค่าตั๋วเครื่องบินไฟล์ทภายในประเทศ
* ค่าอาหารทุกมื้อที่ระบุไว้ในโปรแกรม
* ค่าวีซ่านักท่องเที่ยวที่ไม่ได้ถือพาสปอร์ตไทย
* ค่าบัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
* ค่ายานพาหนะที่ใช้ในการนำเที่ยว รวมถึงค่าทางด่วน ค่าน้ำมัน หรือค่าจอดรถ
* ค่าประกันอุบัติเหตุในระหว่างการท่องเที่ยว 

อัตราค่าบริการไม่รวม
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่างๆ เช่น ค่าซักรีด, ค่าช้อปปิ้ง, ค่าโทรศัพท์ และค่าการใช้บริการพิเศษอื่นๆ
- ค่าอาหารนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในโปรแกรม
- ค่าทำพาสปอร์ต
- ค่าทัวร์พิเศษต่างๆนอกเหนือจากโปรแกรม
- ค่าทำวีซ่าของคนต่างชาติ หรือ ค่าทำวีซ่าแบบพิเศษต่างๆ
- ค่ายานพาหนะพิเศษอื่นๆที่ไม่ได้ระบุไว้ในโปรแกรม เช่น ม้า, รถม้า ฯลฯเป็นต้น
- ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น+ค่าทิปคนขับรถ+ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ 5USD/วัน (หากมีข้อสงสัย กรุณาสอบถามเจ้าหน้าที่)

เงื่อนไขการให้บริการ: มัดจำท่านละ 20,000 บาท หรือ 39,000 บาทสำหรับBusiness Class ส่วนที่เหลือชำระก่อนเดินทาง 20 วัน

หมายเหตุ
*รายการท่องเที่ยว และเมนูอาหารหรือร้านอาหารอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
*บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงราคาโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าในกรณีที่มีการขึ้นลงของเงินตราต่างประเทศ 
*การไม่รับประทานอาหารบางมื้อ ไม่เที่ยวบางรายการ ไม่สามารถขอหักค่าบริการคืนได้
*บริษัทฯ เป็นเพียงตัวแทนสายการบิน, โรงแรม, ภัตตาคาร หรืออื่นๆ ไม่อาจจะรับผิดชอบต่อปัญหาเช่น นัดหยุดงาน การเมือง ความล่าช้า การจราจร หรือภัยธรรมชาติ แต่ยังคงรักษามาตรฐานการบริการที่ดีเพื่อให้ท่านเกิดประโยชน์และความสุขในการท่องเที่ยว
*การที่บุคคลหนึ่งบุคคลใดในกรุ๊ปทัวร์ถูกห้ามไม่ให้เข้าประเทศโดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเมื่อเดินทางถึงประเทศนั้นๆ บริษัทจะไม่รับผิดชอบหรือคืนเงินในทุกกรณี

ทางบริษัทมีประกันอุบัติเหตุให้ที่นั่งละ 1,000,000 บาท
 
 
เดือน กำหนดการ ราคาเริ่มที่
กันยายน 9 – 17 กันยายน 2560
81,900.-
ตุลาคม - พฤศจิกายน 7 – 15 ตุลาคม, 11 – 19 พฤศจิกายน 2560
79,900.-
วันแรก กรุงเทพฯ – กรุงมอสโคว์
01.45 น.
คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์สายการบิน Turkmenistan Airlines โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทคอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกในเรื่องของเอกสารเช็คอิน
04.40 น.
ออกเดินทางสู่กรุงอาซกาบัต ประเทศเติร์กเมนิสถาน โดยสายการบิน Turkmenistan Airlines (T5) เที่ยวบินที่ T5648
10.00 น.
เดินทางถึงกรุงอาซกาบัต เพื่อรอต่อไฟล์ทไปยังกรุงมอสโคว์ ประเทศรัสเซีย
13.10 น.
ออกเดินทางสู่กรุงมอสโคว์ โดยสายการบิน Turkmenistan Airlines (T5) เที่ยวบินที่ T5705
15.10 น.
เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติโดโมเดอโดโวในกรุงมอสโคว์ ประเทศรัสเซีย หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจเช็คสัมภาระเรียบร้อย มัคคุเทศก์ท้องถิ่นนำท่านออกเดินทางสู่ตัวเมือง มอสโคว์โดยรถโค้ชปรับอากาศ กรุงมอสโคว์เป็นเมืองหลวงของประเทศรัสเซีย เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเงิน การศึกษา และการเดินทางของประเทศ โดยตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำมัสกวา ซึ่งในตัวเมืองมีประชากรอยู่อาศัยกว่า 1 ใน 10 ของประเทศ และเมื่อสมัยครั้งที่สหภาพโซเวียตยังไม่ล่มสลายกรุงมอสโคว์นั้นก็ยังเป็นเมืองหลวงของสหภาพโซเวียตอีกด้วย
เย็น
บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
ค่ำ
นำท่านเข้าสู่ที่พัก Holiday Inn Izmailovo Alfa หรือเทียบเท่า ให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย
วันที่สอง พระราชวังเครมลิน – พิพิธภัณฑ์อาร์เมอรี่แชมเบอร์ – จัตุรัสแดง – สแปร์โรว์ฮิลล์
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก จากนั้นนำท่านสู่พระราชวังเครมลิน (Kremlin) ความน่าสนใจของเครมลิน เริ่มขึ้นตั้งแต่ป้อมประตู โดยรอบเครมลินนี้มีป้อมหรือหอคอยอยู่ทั้งหมด 20 แห่ง ป้อมแต่ละป้อมมีรายละเอียดที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ความสูงของป้อม การตกแต่ง เช่นบางป้อมมีดาวแดงประดับอยู่บนยอด บางป้อมทำเป็นหอนาฬิกา ท่านจะได้ชมปืนใหญ่พระเจ้าซาร์ สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1586 ว่ากันว่าเป็นปืนใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีน้ำหนักถึง 40 ตันด้วยกัน แถมด้านหน้าปืนใหญ่ยังมีลูกกระสุนตั้งซ้อนกันอยู่ด้านหน้า 4 ลูกโดยแต่ละลูกก็หนักถึง1ตันทีเดียว จากนั้นชมระฆังของพระเจ้าซาร์ เป็นระฆังที่ใหญ่ที่สุดในโลก น้ำหนักกว่า 200 ตัน และมีลวดลายสวยงามบนตัวระฆัง แต่น่าเสียดายที่ระฆังนี้ยังไม่เคยมีเสียงหรือไม่เคยถูกใช้สักครั้ง เพราะในขั้นตอนการหล่อยังไม่ทันเสร็จสมบูรณ์ ตัวระฆังยังอยู่ในเตาหล่อใต้ดิน ก็เกิดไฟไหม้ขึ้นภายในเครมลิน หลังจากเพลิงสงบน้ำที่ใช้ดับไฟได้ซึมลงไปในเตา อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ระฆังร้าวและแตกออกมา ซึ่งเฉพาะส่วนที่แตกออกมา นั้นมีน้ำหนักมากถึง 11ตันเลยทีเดียว นำท่านชมส่วนของพระบรมมหาราชวังซึ่งเคยเป็นที่ประทับของพระเจ้าซาร์และพระบรมวงศานุวงศ์ พระราชวังเครมลินถือเป็นสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่สุดในเครมลิน โดยมีคอนสแตนติน ธอน ซึ่งเป็นช่างที่ได้ศึกษาศิลปกรรมของอิตาลีมาเป็นช่างผู้ออกแบบ โดยพระราชวังซึ่งเป็นอาคารสีครีมมียอดโดมทรงกลมยอดแหลมอยู่ตรงกลางแห่งนี้จึงมีกลิ่นอายของศิลปะอิตาเลียนผสมอยู่ไม่น้อย ว่ากันว่ามีห้องหับต่างๆ ในพระราชวังนี้ถึง 700 ห้องเลยทีเดียว โดยมีทั้งเครื่องตกแต่ง ภาพประดับภาพฝาผนัง รวมไปถึงโคมไฟหรือแชนเดอร์เลียสุดอลังการที่ประดับอยู่มากมาย จากนั้นนำท่านสู่ พิพิธภัณฑ์อาร์มเมอรี่ แชมเบอร์ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศรัสเซีย ที่พระเจ้าอล็กซานเดอร์ที่ 1 โปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ เก็บสะสมทรัพย์สมบัติล้ำค่าต่างๆ ซึ่งสมบัติเหล่านี้ล้วนเป็นของล้ำค่าทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นฉลองพระองค์ของ เหล่ากษัตริย์และพระราชินี เครื่องประดับอัญมณีต่างๆ ข้าวของเครื่องใช้ในราชสำนักต่างๆ รวมไปจนถึงรถม้าพระที่นั่งแบบต่างๆทั้งแบบสำหรับใช้งานปกติและแบบเป็นขาสกีสำหรับใช้งานบนพื้นหิมะในช่วงฤดูหนาว ซึ่งแต่ละชิ้นล้วนแต่สวยงามละลานตาเป็นอย่างมาก อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็คือ “มงกุฎโมนามาค” ซึ่งซาร์ทุกพระองค์จะต้องสวมมงกุฎนี้ในพิธีบรมราชาภิเษก และจะต้องมีคทาและลูกโลกประกอบด้วย มงกุฎของพระนางแอนนาก็เป็นมงกุฎที่งดงาม ประดับด้วยเพชรแท้ 2,500 เม็ด และมีอัญมณีสีแดงประดับอยู่ด้านบนมงกุฎอีกด้วย
กลางวัน
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
หลังอาหารนำท่านออกซิตี้ทัวร์สถานที่ต่างๆ ที่น่าสนใจในกรุงมอสโคว์โดยเริ่มจาก จตุรัสแดง (Red Square) เป็นจัตุรัสกลางเมืองของของกรุงมอสโคว์ สหพันธรัฐรัสเซีย จัตุรัสแดงมีขนาดกว้าง 70 เมตร ยาว 695 เมตร มีขนาดพื้นที่ รวม 23,100 ตารางเมตร จัตุรัสแดงอาจถือได้ว่าเป็นจัตุรัสกลางกรุงมอสโคว์และทั้งประเทศรัสเซียเพราะถนนสายสำคัญทุกสายของกรุงมอสโคว์จะวิ่งตรงออกจากจัตุรัสแดงแห่งนี้ นอกจากนี้จัตุรัสแดงยังเป็นสถานที่ตั้งของมหาวิหารเซนต์เบซิล มหาวิหารที่สีสันงดงามสดใสราวกับลูกกวาด ซึ่งมหาวิหารแห่งนี้นั้นถือเป็นแลนด์มาร์คของกรุงมอสโคว์ที่นักท่องเที่ยวจะต้องถ่ายรูปด้วยทุกคร้งที่มาถึงมอสโคว์ นอกจากนี้บริเวณจตุรัสแดงยังเป็นที่ตั้งของสุสานวลาดิมีร์ เลนิน และห้างกูม ซึ่งเป็นสรรพสินค้าสไตล์โซเวียตที่เก่าแก่ที่สุดในรัสเซียอีกด้วย จากนั้นนำท่านสู่สแปร์โรว์ฮิลล์ หรือเนินเขาเลนินฮิลส์ ซึ่งเป็นบริเวณที่มองเห็นวิวของกรุงมอสโควได้กว้างมาก เรียกว่าจะเห็นได้ทั้งหมดเลยก็ว่าได้ และเป็นสถานที่ที่เลนิน ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ชื่อดังของรัสเซียในอดีตพักอาศัย ซึ่ง ปัจจุบันนั้นจะเห็นมีรูปปั้นเลนินอยู่ในบริเวณนี้ และยังเป็นสถานที่ตั้งของมหาวิทลัยมอสโคว์ อีกทั้งยังเป็นจุดชมวิวที่คนท้องถิ่นนิยมมาถ่ายรูปและนั่งเล่นชมวิวกรุงมอสโคว์อีกด้วยจากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปสวยๆ ริมทะเลสาบโดยมีสำนักนางชี Novodevichy Convent อันสวยงามเป็นฉากหลัง ก่อนนำท่านชมละครสัตว์ ซึ่งละครสัตว์ของรัสเซียนั้นถือเป็นการแสดงที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าเป็นโชว์ละครสัตว์ที่ ดีที่สุดในโลก โดยโชว์จะประกอบไป ด้วยโชว์จากสัตว์แสนรู้ต่างๆหลากหลายสายพันธุ์รวมถึงการแสดงกายกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกด้วย
เย็น
บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
ค่ำ
นำท่านสู่ที่พัก Holiday Inn Izmailovo Alfa หรือเทียบเท่า
วันที่สาม กรุงมอสโคว์ – สถานีรถไฟใต้ดินกรุงมอสโคว์ – ถนนอารบัต – เมอร์มันส์ค – ชมแสงเหนือ
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก จากนั้นนำท่านสู่สถานีรถไฟใต้ดินกรุงมอสโคว์ เพื่อนั่งรถไฟใต้ดินไปยังสถานีรถไฟใต้ดินสถานีต่างๆ ที่ถูกตกแต่งอย่างงดงามตั้งแต่สมัยโซเวียต โดยกรุงมอสโคว์นั้นถือว่ามีการจัดการระบบรถไฟใต้ดินที่ดีที่สุดในโลก และมีสถานีรถไฟใต้ดินที่สวยงามที่สุดในโลกอีกด้วย สำหรับการตกแต่งนั้นจะเป็นการนำรูปแบบของสถาปัตยกรรมจากอารยธรรมโบราณที่แสดงถึงความเจริญทางศิลปะวิทยาการมาเป็นสื่อสะท้อนถึงชัยชนะและความยิ่งใหญ่ของสหภาพโซเวียต ลักษณะของสถาปัตยกรรมที่นำมาตกแต่งภายในสถานีนั้นเป็นลักษณะของโมนูเมนทัล อาร์ต (monumental art) คือลักษณะของงานศิลปะที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงคุณความดีของวีรบุรุษและการสรรเสริญถึงความยิ่งใหญ่เกรียงไกรซึ่งจะสื่อออกมาในรูปของงานปั้น รูปหล่อ ภาพสลักนูนต่ำ ภาพวาดประดับลวดลายแบบโมเสกดังเช่นภาพประดับผนังที่สถานีคอมซาโมลสกายา (Komsomolskaya) บริเวณผนังสองฝั่งก่อนเข้าสู่ทางเดินเชื่อมเปลี่ยนสาย การเดินรถของสถานีคอมซาโมลสกายานั้นมีแผงภาพขนาดใหญ่ตกแต่งในลักษณะลวดลายสีแบบมาจอลิกา คือแผ่นกระเบื้องเคลือบหลากสีนำมาเรียงต่อกันเป็นภาพ ภายในภาพนั้นแสดงเหตุการณ์ในขณะที่คนงานกำลังช่วยกันก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินกันอย่างแข็งขันภายในอุโมงค์ และภาพโมเสกประดับเพดานภายในสถานีมายาคอฟสกายา (Mayakovskaya) จำนวน 35 ภาพ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จเริ่มแรกของการนำภาพลวดลายโมเสกมาใช้ในการประดับตกแต่งสถานีรถไฟใต้ดินมอสโคว์ ซึ่งเป็นรูปแบบของศิลปะในยุคคลาสสิค จากนั้นนำท่านสู่ ถนนอารบัต (Arbat Street) ถนนนี้ปรากฏมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ในประวัติเมืองมอสโคว์ บันทึกว่าเคยเกิดเพลิงไหม้ครั้งหนึ่งเมื่อปี 1493 ในสมัยศตวรรษที่ 16 ในรัชสมัยกษัตริย์อีวาน จอมโหด ถนนสายนี้เป็นที่อยู่อาศัยของตำรวจลับ ต่อมาในสมัยศตวรรษที่ 17 เป็นที่อยู่ของชนชั้นขุนนาง และศิลปินที่มีผู้อุปถัมภ์ พอมาถึงศตวรรษที่ 20 มีการสร้างตึก 2 ชั้นและ 3 ชั้นดังที่เห็นได้ในปัจจุบัน ปี 1917 ตึกเหล่านี้ใช้เป็นอพาร์ทเมนท์ที่อยู่ร่วมกันหลายครอบครัวของชนชั้นกรรมกร แต่พอมาถึงสมัยสหภาพโซเวียต ถนนอารบัตเป็นที่ย่านพักของเกิดมีชนชั้นใหม่ นั่นก็คือสมาชิกระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์ ประมาณปี 1985 ถนนอารบัตได้กลายเป็นถนนคนเดิน จนต่อมาก็เป็นถนนที่ใครๆก็รู้จัก และคึกคักที่สุด เพราะเป็นแหล่งชุมนุมศิลปิน จิตรกร ร้านขายของที่ระลึก ร้านกาแฟ ศูนย์วัฒนธรรม โรงละคร เป็นต้น
กลางวัน
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านสู่สนามบินเพื่อเตรียมตัวเดินทางสู่เมืองเมอร์มันสค์
15.05 น.
ออกเดินทางสู่เมืองเมอร์มันสค์โดยสายการบิน Aeroflot เที่ยวบินที่ SU1324
17.35 น.
ถึงสนามบินเมืองเมอร์มันสค์ ไกด์ท้องถิ่นนำท่านขึ้นรถโค้ชปรับอากาศสู่โรงแรมที่พัก เมืองเมอร์มันสค์เป็นเมืองท่าเมืองหนึ่งของรัสเซีย ตั้งอยู่บริเวณอ่าวโคล่า (Kola Bay) ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซียใกล้กับพรมแดนประเทศนอร์เวย์และฟินแลนด์ โดยเมอร์มันสค์จะมีสภาพอากาศที่หนาวเย็นตลอดปีเนื่องจากมีที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่ใกล้กับขั้วโลก
เย็น
บริการอาหารเย็น ณ โรงแรมที่พัก หลังอาหารให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยเพื่อรอเวลานำท่านออกชมแสงเหนือ
21.00 น.
นำท่านสู่ทุ่งหญ้าอันกว้างขวางที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ เพื่อชมแสงเหนือซึ่งเป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่งดงามและน่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก โดยแสงเหนือนั้นเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าออโรร่า (Aurora) ซึ่งจะถูกเรียกแตกต่างกันตามจุดที่กำเหนิดเช่น หากเกิดใกล้กับขั้วโลกเหนือจะเรียกว่าแสงเหนือ(northern lights) แต่หากเกิดขึ้นใกล้กับขั้วโลกใต้จะเรียกว่าแสงใต้ (southern lights) สีของแสงออโรราขึ้นอยู่กับชนิดของแก๊สที่ถูกอิเลคตรอนชน สีที่เห็นส่วนใหญ่คือสีเขียวหรือขาวอมเขียว ซึ่งเกิดจากอิเลคตรอนชนกับอะตอมของแก๊สออกซิเจนที่ชั้นความสูงไม่มาก บางครั้งจะเห็นสีแดงที่ปลายด้านล่าง เกิดจากอิเลคตรอนกระทบกับโมเลกุลของออกซิเจนหรือไนโตรเจนในชั้นบรรยากาศที่อยู่ต่ำลงมา ในสมัยโบราณมีความเชื่อกันว่าปรากฏการณ์แสงออโรรานั้นมาจากพลังอำนาจจากพระผู้เป็นเจ้า เรื่องราวเกี่ยวกับปาฏิหาริย์ หรือเป็นเรื่องของจิตวิญญาณซึ่งจะแตกต่างกันไปตามถิ่นฐานที่ได้เห็นแสงออโรร่า ให้ท่านได้ชมแสงเหนือตามสมควรก่อนจะนำท่านกลับสู่โรงแรมที่พัก (Park Inn PolyarnyeZori) หรือเทียบเท่า
วันที่สี่ เมอร์มันส์ค – ซิตี้ทัวร์ในเมอร์มันส์ค – พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น – ช้อปปิ้ง
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก จากนั้นนำท่านออกซิตี้ทัวร์ชมสถานที่ที่น่าสนใจต่างๆในเมอร์มันสค์ โดยจะมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ต่างๆ อนุสาวรีย์ จุดชมวิวเมืองแบบ360 องศา โบสถ์ออร์โธดอกซ์ ฯลฯ รวมถึงแวะตามจุดสวยๆงามๆที่น่าสนใจจุดต่างๆให้ท่านได้ถ่ายรูป จากนั้นนำท่านสู่พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น พิพิธภัณฑ์แห่งนี้บอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของเมอร์ มันสค์อย่างละเอียด ซึ่งจะมีทั้งเรื่องราวเกี่ยวกับการสร้างทางรถไฟในอดีต การตกแต่งบ้านและการสร้างบ้านเรือนของคนท้องถิ่นในการใช้สำหรับอยู่อาศัยในสภาพอากาศที่หนาวเย็น รวมถึงความหลากหลายของชีวิตสัตว์ป่าในพื้นที่แถบนี้
กลางวัน
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
นำท่านสู่หมู่บ้าน Sami หมู่บ้านแบบท้องถิ่นซึ่งยังใช้ชีวิตแบบดั้งเดิมด้วยการเลี้ยงสัตว์ ให้ท่านได้ให้อาหาร กวางเรนเดียร์ ชมสุนัขจิ้งจอกหิมะ สนุกกับกิจกรรมกวางลากเลื่อน ขี่สโนว์โมบิล รวมถึงเล่นกับสุนัขท้องถิ่นแสนน่ารักอย่างไซบีเรี่ยนฮัสกี้
เย็น
บริการอาหารเย็นแบบท้องถิ่น ณ หมู่บ้าน Sami หลังอาหารให้ท่านได้เพลิดเพลินกับการช้อบปิ้งสินค้าที่ระลึกต่างๆ ก่อนนำท่านกลับสู่โรงแรมที่พัก
ค่ำ
นำท่านสู่โรงแรมที่พัก Park Inn Polyarnye Zori หรือเทียบเท่า
วันที่ห้า เมอร์มันส์ค – เรือตัดน้ำแข็งพลังนิวเคลียร์ – ซิตี้ทัวร์ – เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก หลังอาหารนำท่านชม เรือตัดน้ำแข็งพลังนิวเคลียร์ เรือลำนี้มีชื่อว่า “เลนิน” เริ่มใช้งานครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1957 เพื่อขนส่งสินค้า นับเป็นเรือของเอกชนลำแรกที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์ในการขับเคลื่อน (the first nuclear-powered civilian vessel) เรือลำนี้สามารถแล่นในทะเลได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา100วัน โดยใช้ยูเรเนียมเพียง5-6ปอนด์เท่านั้น หลังจากอุบัติเหตุทางเทคนิคของเครื่องปฏิกรณ์ในปี1967 ที่ทำให้เกิดความเสียหายอย่างหนักจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ เรือลำนี้จึงถูกเลิกใช้งานอย่างถาวรและปัจจุบันได้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์ลอยน้ำที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในเมอร์มันส์ค
กลางวัน
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
นำท่านออกซิตี้ทัวร์ต่อในเมืองเมอร์มันส์ค ให้ท่านได้เก็บภาพบรรยากาศสวยๆสถานที่ที่น่าสนใจต่างๆ ใน เมืองนี้ก่อนเดินทางสู่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
เย็น
บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่สนามบินเมอร์มันส์เพื่อเตรียมตัวเดินทางสู่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
20.20 น.
ออกเดินทางสู่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กโดยสายการบิน Aeroflot เที่ยวบินที่ SU6346
22.05 น.
ถึงสนามบินนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ไกด์ท้องถิ่นนำท่านขึ้นรถโค้ชปรับอากาศสู่โรงแรมที่พัก Park Inn Pribaltijskaya หรือเทียบเท่า
วันที่หก เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก – ซิตี้ทัวร์ – ป้อมปีเตอร์แอนด์พอล
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก จากนั้นนำท่านออกซิตี้ทัวร์ในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กถูกก่อตั้งโดยพระเจ้าปีเตอร์มหาราชเมื่อ พ.ศ. 2246 โดยตัวเมืองเริ่มสร้างด้วยการถมทรายและหินเป็นจำนวนมากเพราะว่าพื้นที่เดิมของเมืองนั้นเป็นดินเลนของทะเลใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่จากยุโรปจึงทำให้เมืองนี้มีกลิ่นอายของยุโรปมากกว่าเมืองอื่นๆในรัสเซียและด้วยที่ตั้งของเมืองที่อยู่ติดทะเลบอลติกจึงทำให้เมืองแห่งนี้ได้รับฉายาว่าหน้าต่างของยุโรป ครั้งหนึ่งนครแห่งนี้เคยถูกตั้งเป็นเมืองหลวงแทนกรุงมอสโคว์นานกว่า 200ปี ก่อนที่จะย้ายเมืองหลวงกลับไปยังกรุงมอสโคว์ ชื่อเดิมของนครแห่งนี้คือเปโตรกราดและจากนั้นก็เคยถูกเปลี่ยนชื่อเป็นเลนินกราดเพื่อเป็นเกียรติแด่เลนิน หลังจากการตายของเขา
กลางวัน
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
นำท่านสู่ ป้อมปีเตอร์แอนด์พอล (Peter and Paul Fortress) เริ่มสร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ 1712 ด้วยการ ออกแบบของ Domennica Trezzini สร้างเสร็จใน ค.ศ 1733 ตั้งชื่อวิหารแห่งนี้เพื่อเป็นเกียรติ์แด่ นักบุญปีเตอร์ และนักบุญปอลด์เพื่อเป็นการ เผยแพร่ศาสนา ความสูงของยอดแหลมคือ 122.5 เมตร ในอดีตเป็นสิ่ง ก่อสร้างที่สูงที่สุดของเมืองและห้ามสร้างสิ่งก่อสร้างใดสูงกว่า ภายในทำการตกแต่งด้วยศิลปะบารอกซึ่งนับว่าแตกต่าง กับโบสถ์คริสต์ออร์โทดอกซ์ทั่วไป ซึ่งวิหารแห่งนี้เป็นที่เก็บพระศพของราชวงศ์โรมานอฟ เริ่มต้น จากพระเจ้าปีเตอร์มหาราชเป็นองค์แรก จนกระทั่งถึงกษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ที่เพิ่งนำมาในปีค.ศ 1998 โดยการตรวจ DNA ทราบว่าคือ พระเจ้านิโคลัส ที่ 2 และครอบครัวซึ่งประกอบด้วย พระเจ้านิโคลัสที่ 2 พระมเหสีอเล็กซานดรา และพระธิดา 3 พระองค์คือโอลก้า (Olga) ทาเทียนา (Tatiana) และอนาสตาเซีย (Anastasia) ส่วนที่ไม่พบคือ มาเรีย (Maria) และรัชทายาทอเล็กเซย์ (Alekxy) บริเวณโดยรอบมีโรงงานผลิตเหรียญและที่ขังคุกนักโทษทางการเมือง นักโทษคนแรกคือ เจ้าชายอเล็กซิสพระโอรสของพระเจ้าปีเตอร์มหาราช เนื่องจากมีความคิดเห็นขัดแย้งกับพระองค์มาโดยตลอดและ เจ้าชายก็ถูกฆาตรกรรมในคุกนี้ด้วย ลักษณะของโลงที่เก็บพระศพนั้น มีลักษณะเป็นโลงหินอ่อนสีขาว แต่มีอยู่ 2 โลงที่เป็นโลงหิน อ่อนสีเขียวและสีแดงซึ่งเป็นที่เก็บพระศพของพระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 2 และพระนางมารีอเล็กซานดรอฟนา เจ้าหญิงแห่งประเทศเยอรมัน
เย็น
บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
ค่ำ
นำท่านสู่ที่พัก Park Inn Pribaltijskaya หรือเทียบเท่า
วันที่เจ็ด เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก – เฮอร์มิเทจ – พุชกิน – พระราชวังแคทเธอรีน
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก จากนั้นนำท่านสู่พระราชวังฤดูหนาวและพิพิธภัณฑ์เฮอร์มิเทจ (Hermitage and Winter Palace) แต่เดิมนั้นเฮอร์มิเทจนั้นเป็นชื่อเรียกสมบัติล้ำค่าของพระ ราชินีแคทเธอรีนที่ได้เก็บรวบรวมและชื้อภาพ เขียนชื่อดังจากยุโรปกว่า 200 ภาพ จึงต้องสร้างห้องสำหรับ เก็บภาพและสมบัติล้ำค่าส่วนพระองค์และสมบัติของพระ เจ้าปีเตอร์มหาราชขึ้น โดยมีน้อยคนนักที่จะได้เห็นคอลเล็คชั่นอันประเมินค่ามิได้เหล่านี้ โดยพระองค์ทรงเคยกล่าวไว้ในจดหมายฉบับหนึ่งว่า “มีแค่หนูกับฉันเท่านั้นที่สามารถชื่นชมผลงานเหล่านี้ได้" เมื่อพระนางสวรรคตก็มีสมบัติสะสมมากมาย โดยเฉพาะภาพเขียนที่ทรงโปรดปราณมากกว่า 3,000 ภาพ เหรียญโบราณอัญมณีอันล้ำค่า และอื่นๆรวมแล้วนับล้านชิ้น จนถึงสมัยพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่1 มีการจัดหมวดหมู่ของสะสมทั้งหมด และเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมในปี ค.ศ.1852
กลางวัน
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย
นำท่านสู่เมืองพุชกินเพื่อนำท่านเข้าชม พระราชวังแคทเธอรีน สร้างในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช เป็นพระราชวังหลวงอันสวยงาม สวนแห่งความสุขความทรงจำ ในปี ค.ศ. 1708-1724 เป็นที่ประทับในฤดู ร้อน ของพระมเหสีองค์โปรดคือ พระนางแคทเธอรีนที่ 1 ต่อมาก็ยกให้กับพระธิดาคือพระนางอลิสซาเบธในปีค.ศ. 1741 ได้ทำการตกแต่งพระราชวังให้มีความหรูหรามากขึ้นโดยทำ การขยายพื้นที่ของสวนออกไปสถาปนิกผู้ออกแบบคือ Bartolomeo Francesco Rastrelli และหลังจากที่ได้ทำการตกแต่งเพิ่มเติม ก็เริ่มทำให้พระราชวังแห่งนี้ดูมีความโดดเด่นมากขึ้น เป็นที่พักผ่อนในฤดูร้อน ของพระเจ้าซาร์ต่อมาเรื่อยๆ จนกระทั่งราชวงค์โรมานอฟ พระเจ้านิโคลัสที่ 2 ก็มาประทับอยู่ และถูกจับตัวจากพรรคคอมมิวนิสต์ ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ห้องอำพัน (Amber Room)ที่มีชื่อเสียงของพระราชวังแห่งนี้ถูกขโมยไปหมด โดยกองทัพนาซีของเยอรมัน เหตุผลที่ พระราชวังแห่งนี้มีชื่อว่า แคทเธอรีน เพื่อเป็นการขยายพระเกียรติ์ แด่พระมารดาของพระนางอลิสซาเบท พระราชวัง แห่งนี้ประกอบด้วยห้องต่างๆ 55 ห้องมีภาพวาดบนผ้าใบ 130 ชิ้น ออกแบบโดยฝีมือของศิลปินที่มีชื่อเสียงในช่วงคริสต์ศตวรรษ ที่17-18 ในยุคของพระนางแคทเธอรีนมหาราช พระองค์ทรงต่อเติมห้องภาพ ซึ่งจัดแสดงเป็นแผนผังของพระราชวังด้วยศิลปะ คลาสสิก ทำให้พระราชวังฤดูร้อนของพระนางแคทเธอรีนนี้มีความโดดเด่น ด้วยรูปแบบของเอกลักษณ์ที่ลงตัวจึงทำให้พระราชวังแห่งนี้มีความสวยงามมากยิ่งขึ้น จากนั้นนำท่านกลับสู่ตัวเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
เย็น
บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
ค่ำ
นำท่านสู่ที่พัก Park Inn Pribaltijskaya หรือเทียบเท่า
วันที่แปด เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก – วิหารเซนต์ไอแซค – อาซกาบัต
เช้า
บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก จากนั้นนำท่านสู่วิหารเซนต์ไอแซค (St. Isaac's Cathedral) เป็นมหาวิหารที่ตั้งอยู่ที่เมืองเซ็นปีเตอร์เบิร์ก ประเทศรัสเซีย เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1818 แล้ว เสร็จเมื่อปี ค.ศ. 1858 เป็นหนึ่งในมหาวิหารที่สวยที่สุดของรัสเซีย สร้างในสมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 1 ออกแบบโดยสถาปนิกชาวฝรั่งเศส Auguste de Montferrand ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 40 ปี ประกอบด้วยเสาหินแกรนิต 48 ต้น น้ำหนักต้นละ 114 ตัน ถายในประดับประดาด้วยปฏิมากรรมบอร์น และภาพวาดกว่า 400 ชิ้น โดมทองอันสง่างามที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองด้วยขนาดมหึมาที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 25.8 เมตรซึ่งเป็นอันดับที่ 4 ของโลกรองจากมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ที่กรุงโรม มหาวิหารเซนต์ปอลที่ลอนดอน และมหาวิหาร "สตา เดล ฟีออเร" ที่ฟลอเรนซ์
กลางวัน
บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านสู่สนามบินนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับ
17.20 น.
ออกเดินทางสู่กรุงอาซกาบัตโดยสายการบิน Turkmenistan Airlines (T5) เที่ยวบินที่ T5 732
23.40 น.
ถึงกรุงอาซกาบัตประเทศเติร์กเมนิสถาน เพื่อรอต่อไฟล์ทกลับกรุงเทพฯ
วันที่เก้า อาซกาบัต – กรุงเทพฯ
03.40 น.
ออกเดินทางสู่กรุงเทพมหานครโดยสายการบิน Turkmenistan Airlines (T5) เที่ยวบินที่ T5 647
11.55 น.
ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
หมายเหตุ
แสงเหนือเป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่จะสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนด้วยตาเปล่าในสภาวะที่ฟ้าเปิดและไม่มีหมอกซึ่งส่วนมากจะตรงกับช่วงฤดูหนาว

โปรแกรมทัวร์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของหัวหน้าทัวร์แต่จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ
 
ข้อมูล
ข้อมูลการเดินทาง :
วันที่เริ่มเดินทาง : (วว/ดด/ปป)
ผู้ใหญ่ 1 คน (P1A)
ผู้ใหญ่ 1 คน พักกับเด็ก 1 คน (P1A1C)
ผู้ใหญ่ 2 คน พักกับเด็ก 1 คน มีเตียงเสริม (P2A1C_WB)
ผู้ใหญ่ 2 คน พักกับเด็ก 1 คน ไม่มีเตียงเสริม (P2A1C_NB)
ผู้ใหญ่ 1 คน พักห้องเดี่ยว (P1A_SR)



 
หมายเหตุ
P1A = ผู้ใหญ่ 1 คน
P1A1C = ผู้ใหญ่ 1 คน พักกับเด็ก 1 คน
P2A1C_WB = ผู้ใหญ่ 2 คน พักกับเด็ก 1 คน มีเตียงเสริม
P2A1C_NB = ผู้ใหญ่ 2 คน พักกับเด็ก 1 คน ไม่มีเตียงเสริม
P1A_SR = ผู้ใหญ่ 1 คน พักห้องเดี่ยว
Print Info