โฮจิมินห์
  ฮานอย
  ไทเป
ไทย   
  ภูเก็ต
  ทบิลีซี
จีน   
  เฉิงตู
  เซี่ยงไฮ้
  เซียะเหมิน
  เสิ่นหยาง
  ไหหลำ
  กุ้ยหลิน
  คุนหมิง
  จางเจียเจี้ย
  ฉงชิ่ง
  ชิงเต่า
  ซัวเถา
  ซีอาน
  ปักกิ่ง
  ล่องเรือแยงซีเกียง
  หนานจิง
  หนานหนิง
  หลิงจือ
  อูรูมู่ฉี
  ฮูฮอท
  มอสโก
  ดูไบ
  ฮ่องกง
 
     Information
เส้นทางสายไหม 11 วัน CZ
ที่ตั้ง : อูรูมู่ฉี
ราคาเริ่มต้นที่ 72,900 บาท - ต่อคน
 
 
 
อัตราค่าบริการนี้รวม
1. ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นประหยัด, ค่าภาษีสนามบินไทย+จีน
2. ค่าโรงแรมที่พักตามที่ระบุไว้ในรายการ (2 ท่านต่อ1 ห้อง)
3. ค่าวีซ่าท่องเที่ยวประเทศจีน (หากลูกทัวร์มีวีซ่าแล้วจะทำการหักคืนให้)
4. ค่ารถ, ค่าอาหาร+เครื่องดื่ม, ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในรายการ

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม 
1. ค่าทำหนังสือเดินทางคนไทย  
2. กระเป๋าเดินทางในกรณีที่น้ำหนักเกินกว่าที่สายการบินกำหนด (ค่าน้ำหนักที่สายการบินกำหนด  20กิโลกรัม)
3. ค่าทำใบอนุญาตที่กลับเข้าประเทศของคนต่างชาติหรือคนต่างด้าว
4. ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการ เช่น ค่าเครื่องดื่มค่าอาหารที่สั่งเพิ่มเองในแต่ละมื้อ (นอกเหนือจากรายการ)
5. ค่าโทรศัพท์ค่าซักรีด ค่าทิปเด็กยกกระเป๋าฯลฯ
6. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (กรณีต้องการใบกำกับภาษี) และค่าภาษีบริการหัก ณ ที่จ่าย 3%
7. ค่าทิป
* ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น วันละ 10 หยวนต่อวันต่อคน 
* ค่าทิปคนขับรถวันละ 10 หยวนต่อวันต่อคน 
* ค่าทิปหัวหน้าทัวร์ไทย 10 หยวนต่อวันต่อคน 
เข้าร้านรัฐบาล烏魯木齊:อูรู่มู่ฉี ร้านหิน百石缘工藝品店吐魯番:ทูรูฟาน   พรม絲路地毯工藝品廠ตุนหวง / พื้นเมือง敦煌丝路风情工艺品店เจียยี่กวน ร้านแก้วไวน์嘉峪关夜光杯厂

สำรองที่นั่ง ชำระเงินมัดจำท่านละ 20,000 บาท พร้อมแจ้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษตามหนังสือเดินทาง ส่วนที่เหลือชำระก่อนการเดินทาง 15 วัน

บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบหรือคืนค่าบริการ (รวมค่ายื่นวีซ่า) ใดๆ กรณี ดังต่อไปนี้:-
*กรณีที่ท่านสมัครใจยกเลิกใช้บริการบางรายการ เช่น ไม่เที่ยวบางรายการ, ไม่ทานอาหารบางมื้อ ฯลฯ
*กรณีผู้เดินทางถูกเจ้าหน้าที่กองตรวจคนเข้าเมืองปฏิเสธการเข้า-ออกประเทศ เนื่องจากมีสิ่งผิดกฎหมาย, เอกสารการเดินทางไม่ถูกต้องหรือ ถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ
*กรณีทรัพย์สินมีค่าต่างๆเกิดการสูญหาย อันเนื่องจากถูกโจรกรรม หรือ เพราะความประมาท,  รวมทั้งอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทของนักท่องเที่ยวเอง
กรณียกเลิกการเดินทาง (ไม่คืนเงินค่ามัดจำใดๆทั้งสิ้น)
-ยกเลิกก่อนวันเดินทาง30 - 40 วัน คืนค่าบริการเต็มจำนวน 
-ยกเลิกก่อนวันเดินทาง20 - 29 วัน เก็บค่าใช้จ่าย 50 % 
-ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 15 - 19วันเก็บค่าใช้จ่าย 75 %
-ยกเลิกก่อนวันเดินทาง7-14 วัน  เก็บค่าใช้จ่าย 100 % ของราคาทัวร์           
*ในกรณีใช้เที่ยวบินพิเศษหรือเที่ยวบินเหมาลำขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนทั้งเงินค่ามัดจำและค่าทัวร์ใดๆทั้งสิ้น*

หมายเหตุ 
1. เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นไฟล์ทบินที่ออกกับสายการบิน ดังนั้นเมื่อออกตั๋วแล้วไม่สามารถคืนเงินได้ 
2. บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ที่จะงด หรือ เปลี่ยนแปลงรายการและเวลาบิน กรณีที่มีผู้ร่วมคณะไม่ถึง 15 ท่านหรือเกิดเหตุสุดวิสัยจนมิอาจแก้ไขได้
3. เนื่องจากสภาวะน้ำมันโลกอาจมีการปรับราคาสูงขึ้นซึ่งมีผลต่อราคาตั๋วและค่าน้ำมันเชื้อเพลิงของสายการบินที่จะปรับตามสภาวะโลก ทางบริษัทฯจึงขอสงวนสิทธิ์ทำการเรียกเก็บค่าทัวร์เพิ่มตามความเป็นจริง 
4. บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการรับผิดชอบหรือชดใช้ค่าเสียหายใดๆอันอยู่เหนือการควบคุมของทางบริษัทฯเช่นภัยธรรมชาติภัยปฏิวัติ ทางการเมือง  การเจ็บป่วย, การถูกทำร้าย, การสูญหายทรัพย์สิน , ความล่าช้าสายการบิน  หรือจากอุบัติเหตุต่างๆ
5. บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบและคืนค่าใช้จ่ายต่างๆ หากท่านถูกปฏิเสธห้ามออกนอกประเทศ หรือ ห้ามเข้าประเทศอันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฎหมาย เอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง หรือการถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ
6. กรณีเกิดความผิดพลาดจากการยกเลิก ล่าช้าเปลี่ยนแปลง ของสายการบิน บริษัทฯขนส่งหรือหน่วยงานที่ให้บริการทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ที่จะปรับเปลี่ยน, ทดแทน รายการตามความเหมาะสมโดยจะไม่สามารถเรียกร้องคืนค่าบริการนั้นๆได้
7. ทางบริษัทฯจะไม่รับผิดชอบหรือคืนค่าบริการใดๆทั้งสิ้น หากท่านไม่ใช้บริการของบริษัทฯบางรายการ เช่น ไม่เที่ยวบางรายการ, ไม่ทานอาหารบางมื้อ เพราะค่าบริการได้ชำระแบบเหมาขาดก่อนออกเดินทางแล้ว
8. ห้ามนำไฟแช็ค  มีดพก กรรไกรตัดเล็บ หรือของมีคมทุกชนิด ขึ้นเครื่องบินและรถไฟหัวจรวดโดยเด็ดขาด เพราะอาจถูกยึดได้ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์จะไม่รับผิดชอบใดๆทั้งสิ้นหากท่านถูกยึด 
9. เมื่อได้ทำการตกลงชำระเงินค่าทัวร์ ไม่ว่าจะทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนกับทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านได้ตกลงยอมรับในเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆตามที่ระบุไว้แล้ว

ทางบริษัท ฯ มีประกันอุบัติเหตุทุกที่นั่ง ที่นั่งละ 1,000,000 บาท
 
 
เดือน กำหนดการเดินทาง ราคาเริ่มที่
ส.ค. 7 – 17 , 18 – 28 ส.ค. 60
75,900.-
ก.ย. 7 – 17 ก.ย., 23 ก.ย. – 3 ต.ค.
74,900.-
ต.ค. 10 – 20 ต.ค., 22 ต.ค. – 1 พ.ย. 60
72,900.-
วันแรก (สนามบินสุวรรณภูมิ) กรุงเทพฯ – กวางเจา – อูรู่มู่ฉี
06.30 น.
คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศขาออกชั้น 4 เคาน์เตอร์ U ประตู 10 สายการบิน CHINA SOUTHERN AIRLINE (CZ) โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทคอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกเรื่องสัมภาระและที่นั่ง
08.40 น.
เหินฟ้าสู่เมืองกวางเจาเที่ยวบินที่ CZ362 (บริการอาหารกลางวันบนเครื่องบิน)
12.25 น.
ถึงสนามบินหลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและด่านศุลกากรแล้ว นำท่านเช็คอินไฟล์ทภายในประเทศเพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองอูรู่มู่ฉี
15.50 น.
เหินฟ้าสู่ อูรู่มู่ฉี เที่ยวบินที่ CZ6888 (บริการอาหารเย็นบนเครื่องบิน)
21.10 น.
ถึง ท่าอากาศยาน เมืองอูรู่มู่ฉี จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก YINDU HOTEL หรือเทียบเท่า 5*
วันที่สอง เทียนซานเทียนฉือ (รวมล่องเรือ) – ตลาดต้าปาจา – โชว์พื้นเมืองระบำซินเกียง
เช้า
บริการอาหาร ณ ที่พัก จากนั้นนำท่านสู่เทือกเขาเทียนซานซึ่งมีความสูง 5,445 เมตรจากระดับน้ำทะเลนำท่านชมความงามธรรมชาติป่าสนภูเขาหิมะสูงชันตัดกับสีฟ้าใสของมวลหมู่เมฆ จากนั้นนำท่านล่องเรือทะเลสาบเทียนฉือ ตั้งอยู่บนเทือกเขาเทียนซาน ห่างจากตัวเมืองอูรู่มู่ฉีมาทางทิศตะวันออก ตัวทะเลสาบตั้งอยู่ใจกลางเทือกเขา เป็นทะเลสาบที่เกิดขึ้นจากการสลายตัวของหิมะบนภูเขาเทียนซาน ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่บนความสูง 1,900 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีความยาว 3,400 เมตร ความกว้าง 1,500 เมตร ช่วงที่ลึกที่สุด 105 เมตร มีเนื้อที่รวมประมาณ 4.9 ตารางกิโลเมตร ในฤดูหนาวเมื่อผืนน้ำกลายเป็นน้ำแข็ง คนในเมืองจะขึ้นมาเล่นสกีกันมากมาย ปลายเดือนเมษายนน้ำแข็งถึงจะละลายกลายเป็นผืนน้ำสีเขียวมรกตใส สะท้อนเงาเทือกเขาป๋อเก๋อต๋าฟงและป่า สนที่รายรอบ
กลางวัน
บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านสู่ตลาดต้าปาจา เมืองบาซาร์ เป็นตลาดพื้นเมืองที่เป็นสัญลักษณ์อูรู่มู่ฉี จำหน่ายสินค้าพื้นเมือง เช่น อัลมอนด์, วอลนัท, กีวีอบแห้ง, ลูกเกด ฯลฯ แล้วยังมีสินค้าประเภทเครื่องดนตรีพื้นเมือง รวมถึงเครื่องทองเหลือง เช่น แจกัน, กาน้ำชา เป็นต้น ให้ท่านได้เลือกชมสินค้าได้ตามอัธยาศัย
ค่ำ
บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร ระหว่างรับประทานอาหารนำท่านชม โชว์พื้นเมืองระบำซินเกียง เป็นโชว์ที่งดงามตระการตาหาที่ใดเปรียบได้ยาก มีทั้งความสนุก เร้าใจ ความมันและความเร่าร้อนของการ ร่ายรำของชนชาวเหวยอู๋ เอ่อ หรือชาวซินเกียง ให้ท่านตะลึงดั่งอยู่ในมนต์เสน่ห์ของโชว์พื้นเมืองระบำซินเกียงนี้ จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก YINDU HOTEL หรือเทียบเท่า 5*
วันที่สาม สวนองุ่น – เจดีย์ซูกงถ่า – บ่อน้ำคันเอ๋อจิ่ง – ทูรูฟาน
เช้า
บริการอาหาร ณ ที่พักหลังอาหารจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองทูรูฟาน เมืองโอเอซีสอีกแห่งบนเส้นทางสายไหม เป็นเมือง 3 ที่สุดในเขตซินเกียง (1. ต่ำที่สุดในจีน ต่ำจากระดับน้ำทะเล 154.43 เมตร 2. ร้อนและแห้งที่สุดในจีน อุณหภูมิเฉลี่ย 35 องศาเซลเซียส เคยร้อนสูงสุดถึง 49 องศาเซลเซียส 3. ลมแรงสุด จึงมีโรงงานไฟฟ้าพลังลมหลายแห่ง) นำท่านชม สวนองุ่น “ผู่เถาโกว” เมืองทูรูฟานเป็นเมืองผลไม้ที่ลือชื่อของมณฑลซินเกียง มีทั้งองุ่น ลูกท้อ แอพริคอด แตงฮามี โดยเฉพาะองุ่นเป็นผลไม้ที่ปลูกมากที่สุด ส่งขายทั้งในและต่างประเทศโดยเฉพาะองุ่นอบแห้งเป็นที่รู้จักดีในท้องตลาดมานานแล้ว ช่วงที่มีผลไม้มากที่สุดคือในระหว่างเดือน ก.ค. - ส.ค. ซึ่งมีการจัดงานเทศกาลองุ่นประจำปีในช่วงดังกล่าว จากนั้นนำท่านชม บ่อน้ำคันเอ๋อจิ่ง หรือ คาเรส อันเป็นระบบชลประทานที่ชาวเมืองทูรูฟานในอดีตใช้ภูมิปัญญาสร้างขึ้นมา โดยขุดอุโมงค์ส่งน้ำใต้ดินที่ไหลมาจากหิมะที่ละลายจากภูเขาหิมะเทียนซาน (ภูเขาสวรรค์) เพื่อมาหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนที่มีระยะทางยาวรวมกว่า 5,000 กิโลเมตร จนได้รับการจัดอันดับให้เป็นงานก่อสร้างโดยฝีมือมนุษย์ที่ยิ่งใหญ่เป็นอันดับ 3 ในแผ่นดินจีน
กลางวัน
บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านชม เจดีย์ซูกงถ่า และ มัสยิดเอ๋อหมิ่น เป็นสิ่งก่อสร้างที่แม้จะเรียกว่าเจดีย์ แต่มีลักษณะเหมือนหอคอย อยู่ห่างจากตัวเมืองทูรูฟาน 2 กิโลเมตร คาดว่าก่อสร้างเมื่อปี 1777 เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานของนายพลเอ๋อหมินโฮจา ทหารชาวเมืองทูรูฟาน มีลักษณะเป็นสุเหร่าของชาวอุยกูร์ สร้างด้วยอิฐสีทรายอย่างงดงาม มีความสูง 44 เมตร และมีฐานรอบเจดีย์ 10 เมตร มีการจัดอิฐที่สร้างเจดีย์เป็นรูปทรงเรขาคณิต มีลวดลายหลายแบบ ทั้งเป็นรูปคลื่นและลายดอกไม้ รวมแล้วมีลวดลายบนเจดีย์มากกว่า 15 ลาย
ค่ำ
บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเข้าสู่ที่พัก MAI XI LAI HOTEL หรือเทียบเท่า 4*
วันที่สี่ ภูเขาเปลวไฟ – ถ้ำพระพันองค์ – เมืองเกาชาง+รถแบต – สุสานจักรพรรดิฮามี่
เช้า
บริการอาหาร ณ ที่พัก จากนั้นนำท่านไปชม ฝอเยี่ยนซาน หรือ ภูเขาเปลวไฟ ซึ่งเป็นสถานที่ที่กล่าวถึงในนวนิยายเรื่องไซอิ๋ว ตอนที่ซุนหงอคงไปยืมพัดกายสิทธิ์จากองค์หญิงพัดเหล็กมาดับไฟในภูเขาเปลวไฟ เพื่อให้พระถังซำจั๋งได้เดินทางไปเชิญพระไตรปิฎกที่อินเดียต่อ ภูเขาเปลวไฟมี ความยาวประมาณ 100 กิโลเมตร ความสูงเฉลี่ย 500 เมตร ลักษณะเป็นเขาหินสีอิฐแดงทั้งลูก ไม่มีต้นไม้ใบหญ้าขึ้นเลย มองแต่ไกลจะเห็นเป็นสีเพลิงคล้ายไฟกำลังลุกไหม้ จากนั้นชมเชียนฝอต้งหรือถ้ำพระพันองค์ซึ่งเป็นมรดกโลกของจีนโบราณที่มีชื่อในวงการศิลปกรรมโลก กอรปด้วยถ้ำน้อยใหญ่กว่า 490 ถ้ำ เจาะตามผนังเขามีภาพเขียนและรูปปั้นเกี่ยวกับพุทธศาสนาเป็นจำนวนมาก เฉพาะที่เขียนด้วยสีอย่างงดงามตระการตามีมากถึง 45,000 ตารางเมตร ชมรูปปั้น 2,000 องค์ที่มีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์เว่ยถังหยวน ชมภาพบนกำแพงที่แกะสลักเป็นรูปหุ่น 500 ตัว นำท่านนั่งรถลาชมซากเมืองโบราณเกาชาง ภาษาอุยกูร์เรียก DUHU CITY มีความหมายว่า เมืองกษัตริย์สร้างโดยหน่วยทหารที่ถูกส่งมาพัฒนาพื้นที่ในยุคอาณาจักร CHESHI ซึ่งขณะนั้นตรงกับสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก (ประมาณ 100 ปีก่อนคริสตกาล) ที่นี่ถูกเรียกว่ากำแพงเกาชางหรือด่านเกาชางในปลายราชวงศ์ฮั่นถึงราชวงศ์เว่ย และราชวงศ์จิ้น เมื่อส่วนกลางส่งทหารและเจ้าหน้าที่ปกครองจากเมืองหลวงเข้ามาดูแลพื้นที่คอยป้องกันการรุกรานของเผ่าเซียงหนูเมืองเกาชางสิ้นสุดและถูกทำลายยับเยินเพราะสงครามในปลายศตวรรษที่ 13 บนพื้นที่ 2 ตารางกิโลเมตรท่านจะได้เห็นซากเมืองเก่ากำแพงเมืองเก่า ที่ยังคงเหลือร่องรอยแห่งอารยธรรมที่เคยรุ่งเรืองมาก่อนจากนั้นนำท่านเดินทางผ่านพรมแดนเข้าสู่ เมืองฮามี่ เมืองหน้าด่านของมณฑลซินเกียง เส้นทางจะเป็นถนนตัดผ่านเขตทะเลทรายโกบี ระหว่างทางจะผ่านประตูเมืองซึ่งมีลักษณะคล้ายประตูชัยของฝรั่งเศส เมืองฮามี่ หรือ โอเอซิสแห่งคูมุล เคยเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงและวังหลวง แห่งกษัตริย์ผู้ปกครองนครแห่งทะเลทราย ที่ประชาชนถวายพระนามว่า “ข่าน” ภายหลังเมื่อยุคราชอาณาจักรล่มสลาย เพราะจีนยุคใหม่เข้าปกครอง หมดยุคข่าน วังถูกเผาทำลาย ราชวงศ์ล่มสลายเพราะถูกล้มอำนาจ ฮามี่จึงเป็นเมืองที่มีแต่ความหลัง ถูกกล่าวขานถึงครั้งอดีตที่มีสีสันในยุค “ข่าน” เรืองอำนาจ ปัจจุบันฮามี่เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการปลูกแตงฮามี่หรือแตงหวานที่ขึ้นชื่อของจีน
กลางวัน
บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านชม สุสานแห่งแรกของเมืองฮามี่ นั่นคือ สุสานจักรพรรดิฮามี่ เป็นสุสานใหญ่ที่ฝังพระศพของ “ข่าน” แห่ง ฮามี่หลายรัชสมัย รวมถึงมเหสีและเชื้อพระวงศ์ ตัวอาคารด้านนอกสร้างแบบศิลปะอาหรับ ในบริเวณมีมัสยิดใหญ่ที่สามารถจุคนได้ถึง 1,800 คน ถือเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองฮามี่ สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ชิง สถานที่แห่งนี้มีสิ่งปลูกสร้างแบบชนเผ่าเว่ยอู๋เอ่อร์ (อิสลาม) ชนเผ่ามองโกล และชาวฮั่น ผสมผสานรวมอยู่ด้วยกันซึ่งเป็นสิ่งที่หาชมได้ยาก
ค่ำ
บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเข้าสู่ที่พัก HAMI JIAGEDA HOTELหรือเทียบเท่า 4*
วันที่ห้า เนินทรายหมิงซาซาน – สระน้ำวงพระจันทร์ (รวมขี่อูฐ) – ผ่านซิงซิงเสีย – ตุนหวง
เช้า
บริการอาหาร ณ ที่พัก หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เนินทรายหมิงซาซาน เทือกเขาทะเลทรายที่มีความยาวจากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตก 40 กิโลเมตร จากทิศเหนือไปทิศใต้ 20 กิโลเมตร ยอดเขามีความสูงประมาณ 100 เมตร ทรายมีสีสันต่างกัน 5 สี คือ สีแดง เหลือง เขียว ขาว ดำ ที่มาของภูเขาหมิงซาซาน แปลว่าภูเขาทรายร้องไห้ ตามตำนานเล่าว่าเคยมีกองทัพ 2 กองทัพกำลังสู้รบกันอยู่และในขณะนั้นได้เกิดพายุทรายพัดกระหน่ำ จึงทำให้ทั้ง 2 กองทัพถูกฝังทั้งเป็นภายใต้กองทราย ปัจจุบันภูเขาหมิงซาซานเป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองตุนหวง กิจกรรม ณ ภูเขาหมิงซาซาน คือ ท่านจะได้ขี่อูฐชมทะเลทรายที่กว้างใหญ่ สานฝันขี่อูฐท่องทะเลทราย เดินตามกันเป็นทิวแถวไปตามสันทรายที่โค้งไปมา ภูเขาทรายดูเป็นประกายเมื่อต้องแสงอาทิตย์ตัดกับฟ้าสวยสีครามใส ที่ท่านจะประทับใจไม่รู้ลืม (*รวมค่าขี่อูฐเที่ยวทะเลทรายครึ่งชั่วโมง) จากนั้นนำท่านชม สระน้ำวงพระจันทร์ เป็นบ่อน้ำผุดที่ไม่เคยเหือดแห้ง แม้จะอยู่กลางทะเลทรายหมิงซาซาน มีความลึกเฉลี่ยเพียง 5 เมตรเท่า ความกว้างของทะเลสาปจากทิศเหนือไปทิศใต้ประมาณ 100 เมตร และจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก 25 เมตร ลักษณะของบ่อน้ำแห่งนี้คล้ายกับเสี้ยวพระจันทร์ จึงเป็นที่มาของ "สระน้ำวงพระจันทร์
กลางวัน
บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร หลังอาหารสู่เมืองตุนหวง ระหว่างทางผ่านชมซิงซิงเสียเป็นสถานที่ที่นักสอนศาสนาซึ่งเดินทางมาจากเมืองกวางเจา มาทั้งหมด 3 คนพร้อมลูกศิษย์อีกกว่า 300 คนนักบวชคนหนึ่งก่อนที่จะมาถึงอูรู่มู่ฉีนั้นได้เสียชีวิตลงก่อนที่เมืองนี้ จากนั้นชมอุทยานกลางแจ้งกังหันสายลมให้ท่านได้ชมกังหันลมนับร้อยเรียงรายกันชาวบ้านที่นี่ได้ใช้ประโยชน์จากกังหันโดยใช้ผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าใช้ภายในเมืองให้ท่านได้ถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึกกับเมืองต้าป่านเฉินแห่งนี้
ค่ำ
บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเข้าสู่ที่พัก FU GUO HOTEL หรือเทียบเท่า 4*
วันที่หก ถ้ำโม่เกาคู – ด่านเจียยวี่กวน (รวมรถแบต) – จิ๋วเฉวียน
เช้า
บริการอาหาร ณ ที่พักหลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ ถ้ำโม่เกาคู (ถ้ำพระพุทธรูปแกะสลักที่สวยที่สุดติดอันดับ 1ใน 4 ของเมืองจีน) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1987 และได้รับการยกย่องเป็นแหล่งพุทธศิลป์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจีน เป็นสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์บนหน้าผาของเขาหมิงซาซาน ได้แกะสลักหน้าผาทางซีกตะวันออกของภูเขา มีความยาวถึง 1,600 เมตร อยู่ท่ามกลางทะเลทรายโกบี ห่างจากตัวเมืองตุนหวง ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 25 กิโลเมตร ผาหินถูกเจาะเป็นถ้ำจำนวนทั้งสิ้น 492 ถ้ำ ภายในเป็นที่บรรจุพุทธประติมากรรมและภาพเขียนพุทธประวัติต่างๆ ในอดีตกาลและส่วนใหญ่ของถ้ำแห่งนี้ใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา ทุกตารางนิ้วของผนังถ้ำเต็มไปด้วยภาพวาดและรูปสลักทางศาสนา ถ้ำแห่งนี้มีภาพผนังกินเนื้อที่กว่า 45,000 ตารางเมตร นักโบราณคดีตะวันตกขนานนามภาพผนังแห่งนี้ว่า “ห้องสมุดบนผนัง” ถ้ำโม่เกาคู ดำเนินการก่อสร้างนานนับพันปี ตั้งแต่ราชวงศ์ฉินถึงราชวงศ์หยวน รวม 10 ราชวงศ์ โดยยุคทองอยู่ในช่วงกลางสมัยราชวงศ์ถัง ปัจจุบันโมเกาคู เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกหนึ่งที่ห้ามพลาดในรายการเส้นทางสายไหม
กลางวัน
บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่เมือง เจียยวี่กวาน นำท่านเข้าชม ด่านเจียยวี่กวนปัจจุบันตั้งอยู่ห่างจากเมืองเจียยวี่กวน มณฑลกานซู ประมาณ 6 กิโลเมตร เป็นด่านหรือป้อมปราการสุดท้ายของกำแพงเมืองจีนทางด้านทิศตะวันตก สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1372 ตัวป้อมปราการมีพื้นที่ 25,000 ตารางเมตร ตัวกำแพงสูงประมาณ 10.7 เมตร ด่านเจียยวี่กวนได้ถูกบูรณะครั้งสำคัญ 2 ครั้ง ในสมัยราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง 2 ราชวงศ์สุดท้ายในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของจีน ถือเป็นด่านสุดท้ายที่สุดชายแดนประจบกับชนเผ่ามองโกล ซึ่งสภาพแวดล้อมมีแต่ทะเลทรายเวิงว้าง ด่านเจียยวี่กวนนี้ได้รับการสร้างและออกแบบด้วยการคำนวณมาเป็นอย่างดี โดยผู้ที่คำนวณการก่อสร้างนั้นได้สั่งอิฐที่ใช้ในการก่อสร้างมาจำนวนพอดีกับ การก่อสร้าง โดยมีเกินมาเพียงก้อนเดียวเท่านั้น ภายในตัวด่านมีลานกว้างสำหรับการประลองยุทธ์ ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและสำคัญของมณฑลกานซู่ (รวมค่ารถแบตเตอรี่แล้ว)
ค่ำ
บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเข้าสู่ที่พัก JIUQUAN HOTEL หรือเทียบเท่า 4*
วันที่เจ็ด สวนสาธารณะจิ๋วเฉวียน - จางเย่ – วัดพระใหญ่ ต้าฝอซื่อ - เขา 5 สี (ซานตันเสียตี้เม่า)
เช้า
บริการอาหาร ณ ที่พัก หลังอาหารนำท่านชมบ่อน้ำภายใน สวนสาธารณะจิ๋วเฉวียน ชมธารเหล้าจิ๋วเฉวียนที่ขุนพลฮัวชีปิง ดื่มฉลองชัย ในการขับไล่เผ่าซุงหนู ออกจากเขตแม่น้ำหวงเหอทางด้านทิศตะวันตก ที่มีภูเขา 2 ลูกที่เป็นทรัพยากรอันขึ้นชื่อ ชีเหลียซาน เป็นที่เลี้ยงปศุสัตว์ สวนอีกเขา เหยียนจี่ซาน เป็นภูเขาที่เต็มไปด้วยสมุนไพรนานาชนิด ซึ่งเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์มาก จากนั้นนำท่านชมร้านแก้วไวน์หยกดำ (เป็นแก้วที่ต้องแสงจันทร์จะแวววาวสวยงามมาก)
กลางวัน
บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านสู่พุทธสถานสําคัญของจางเย่ คือ วัดพระใหญ่ – ต้าฝอซื่อ Dafo Si สร้างในปี ค.ศ.1098 สมัยซีเซี่ยภายในวิหารใหญ่เป็นที่ประดิษฐานของพระนอนศักดิ์สิทธิ์องค์ใหญ่ที่สุดของประเทศจีน มีความยาว 34.5 ม. พระอังสากว้าง 7.5 ม. พระกรรณยาว 4 ม. พระบาทยาว 5.2 ม. จากนั้นชมเขตภูมิทัศน์ จางเย่ฉีเหลียนซานตันเสียตี้เม่า Zhangye Qilianshan Danxia Landform หรือ โขดภูหินทรายแดงหลากสี หวู่ไฉ่ซาน Rainbow Mountain จัดเป็นหนึ่งในภูมิทัศน์ มหัศจรรย์ของจีนอันงดงามแปลกตา ในเขตภูเขาฉีเหลียนซาน ครอบคลุมอาณาบริเวณกว้างขวางถึง 300 ตร.กม. อยู่ บนระดับ ความสูง 2,000-3,800 ม. จากระดับนํ้าทะเล ในทางธรณีวิทยา สันนิษฐานวามีอายุมานานกว่า 2 ล้านผ่านการกรัดกร่อนของธรรมชาติ สายลม แสงแดด และความแห้งแล้งของภูมิประเทศ เผยให้เห็นถึงชั้นของแร่ธาตุใต้ดิน ที่บ้างเป็นริ้วเลื่อมลายหลากสีสันพาดผ่านทั้งเนินภูเขา แลซับซ้อน บ้างเป็นหุบโตรกลึกชัน บ้างคล้ายดังปราสาทในดินแดนเทพนิยาย และอื่นๆ อีกมากมาย ตามจินตนาการอันหลากหลาย
ค่ำ
บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก ZHANGYE HOTEL หรือเทียบเท่า 4*
วันที่แปด วัดหม่าถี่ซื่อ – เมืองอู๋เว่ย – หม่าท่าเฟยเยี่ยน - วัดขงจื๊อ (ขงเมี่ยว)
เช้า
บริการอาหาร ณ ที่พัก หลังอาหารนำท่านสู่ หม่าถีซื่อ Mait Si Grotto’s ครอบคลุมพื้นที่รวม 7 หมู่พุทธคูหา คือ วัดเหนือ วัดใต้ พระสหัสพุทธคูหา วัดเจดีย์ทอง หมู่บ้านพุทธคูหาพระอวโลกิเตศวรบน-กลาง-ล่าง นับรวมได้ กว่า 70 พุทธคูหา ตั้งอยู่บนหน้าผาหินทรายแดง ของภูเขาตันหลิ่งซาน ตอนหนึ่งของเทือกเขาฉีเหลียนซาน ในเขตของชนกลุ่มน้อยหวีกูจู๋ ทางตอนใต้ของจางเย่ หมู่พุทธคูหา เหล่านี้ มีอายุมานานกว่า 1,600 ปี แล้ว เริ่ม ตั้งแต่สมัยราชวงค์จิ้นตะวันออก มีการขุดและปั้นรูปเคารพต่างๆ ขึ้นในคูหาถํ้าต่อเนื่องมาอีกในหลายยุคสมัย ยุครุ่งเรืองมีพระภิกษุจําพรรษาอยู่รวมถึง 300 รูป ร่วมสมัยเดียวกับหมู่ถ้ำ ถํ้าโม่เกา ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกของจางเย่
กลางวัน
บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่เมืองอู๋เว่ย ระยะทาง 275 กม.ใช้เวลาประมาณ 3.5 ชม.นำท่านชมหม่าท่าเฟยเยี่ยนเป็นรูปม้าหล่อสัมฤทธิ์ที่ถูกหล่อขึ้นในสมัยฮั่นตะวันออก (ค.ศ.25-189) ความสมส่วน และสวยงามตั้งแต่หัวจรดหางตั้งแต่หลังปลายหูจรดกีบเท้าของม้าตัวนี้ทางหนึ่งแสดงให้เห็นถึงความสุดยอดในทางศิลปะของชาวจีนเมื่อเกือบ 2,000 ปีก่อนที่สามารถสร้างสรรค์ให้รูปสัมฤทธิ์สามารถกลายเป็นสิ่งมีชีวิตขึ้นมาได้เมื่อนำม้าตัวนี้ประกอบเข้ากับนกนางแอ่นที่กำลังเหินอยู่เบื้องล่างยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงจินตนาการที่ว่าม้าตัวนี้กำลังวิ่งควบไปด้วยความเร็วสูงจนคล้ายกับว่ากำลังบินไปเช่นเดียวกับนกนางแอ่นที่โผบินอยู่บนฟ้าของช่างศิลป์ผู้รังสรรค์ผลงานและส่งให้งานชิ้นนี้กลายเป็นงานที่ผสมผสานศิลปะแนวสัจนิยมกับโรแมนติกนิยมได้อย่างลงตัวที่สุด จากนั้นนำท่านสู่วัดขงเมี่ยว เป็นวัดที่สร้างจากความเชื่อของลัทธิเต๋าเป็นลัทธิที่มีความสำคัญเป็นแหล่งยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวจีนในสมัยนั้น โดยผู้นำลัทธิเต๋าได้แก่ ขงจื๊อ หรือ ขงเมี่ยว นั่นเอง
ค่ำ
บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเข้าสู่ที่พัก RUI YI HOTEL  หรือเทียบเท่า 4*
วันที่เก้า อู๋เว่ย – หลันโจว – อนุสาวรีย์มารดาแม่น้ำเหลือง “หวงเหอหมู่ชิน”
เช้า
บริการอาหาร ณ ที่พัก หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่เมืองหลันโจว เมืองเอกของมณฑลกานซู่ มณฑลทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นจุดผ่านของเส้นทางสายไหมอันลือชื่อ เป็นเมืองอุตสาหกรรมปิโตรเลี่ยมและเครื่องจักรกลหนัก ในสมัยโบราณเคยเป็นถิ่นที่อยู่ของพวกซีหยง มีพื้นที่ 390,000 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 24 ล้านคน ตอนบนมีเขตแดนติดต่อกับมองโกเลียในและมองโกเลียนอก
กลางวัน
บริการอาหาร ณ ภัตตาคารนำท่านเที่ยวชม อนุสาวรีย์มารดาแม่น้ำเหลือง “หวงเหอหมู่ชิน” เป็นผลงานของศิลปินหญิงชาวจีน ชื่อ เหอเอ้อ ตั้งอยู่ช่วงกลางถนนปินเหอลู่ สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ.1986ประติมากรรมนี้ สลักจากหินแกรนิต มีความยาว 6 เมตร กว้าง 2.2 เมตร และสูง 2.6 เมตร มีน้ำหนักกวา 60 ตัน เป็นรูปสลักที่เป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของชนชาวจีน ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดรูปหนึ่ง อนุสาวรีย์เป็นรูปนอนตะแคง ศอกดันศีรษะหันมองลูกน้อยที่นอนอิงแอบอยู่ข้างๆ มารดา สายตาที่นางมองดูลูกน้อยนั้น เป็นแววตาที่ช่างอบอุ่นด้วยความรักเป็นที่สุดรูปปั้นนี้เปรียบเสมือนแม่น้ำหวงเหอ เป็นมารดาที่หล่อเลี้ยงมวลประชาชาวจีนหลายร้อยล้านคน ที่ประดุจดังหนึ่งเป็นบุตรน้อยของนางมายาวนานกว่า 4,000 ปี ต้นธารแห่งประวัติศาสตร์ชาติจีน ที่มีความผูกพันกับสายน้ำหวงเหออย่างลึกซึ้ง มิแห่งแต่ปฐมกษัตริย์ในยุคตอนต้น ทรงเกรงต่ออิทธานุภาพของลำน้ำหวงเหอ ในตอนกลางของมณฑลชิงไห่ ตาน้ำไหลเป็นสายธารน้อยๆ ลงสู่ทะเลซิงซู่ไห่ หรือทะเลประดับดาว อันเป็นบึงเล็กบึงน้อยนับร้อยแห่ง แล้วไหลลงสู่ทะเลสาบใหญ่ 2แห่ง ที่อยู่เรียง เคียงกันคือ เอ๋อหลิงหูและจาหลิงหู ที่จุดกำเนิด ที่ชาวทิเบตเรียกขานหวงเหอว่า “หม่าซิว” แปลงว่า “แม่น้ำที่สวยที่สุดในโลก”
ค่ำ
บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเข้าสู่ที่พัก LANZHOU FEITIANHOTEL หรือเทียบเท่า 4*
วันที่สิบ หลันโจว – หลิวเจียเสีย+เรือเร็ว – วัดปิ่งหลิงซื่อ
เช้า
บริการอาหาร ณ ที่พัก หลังอาหารนำท่านสู่เขื่อนลิ่วเจียเสีย เขื่อนชลประทานที่ใหญ่ที่สุดของภาคตะวันตก สร้างเมื่อปี ค.ศ. 1964-1974 เป็นแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้า ป้องกันน้ำท่วม จัดสรรน้ำเพื่อพื้นที่กสิกรรมครอบคลุมบริเวณสามมณฑล คือ ชิงไห่ กานซู่ และส่านซี แล้วนำท่านล่องเรือแม่น้ำหวงเหอ (แม่น้ำเหลืองหรือแม่น้ำวิปโยค) โดยเรือเร็ว นำชมวัดปิ่งหลิงซื่อ (รวมค่าเรือแล้ว) ชมทิวทัศน์สวยงามสองฟากฝั่ง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณเขื่อนหลิวเจียเสียชมพระพุทธรูปแกะสลักจากหินที่อยู่ในถ้ำผาริมแม่น้ำทั้งหมดยาว 2 กม. มี 4 ชั้นสร้างในสมัยราชวงศ์ เป่ย เว่ย สุย ถัง จนถึงสมัยราชวงศ์หมิงและชิง รวม 34 ถ้ำ 149 กุฏิ พระพุทธรูปใหญ่น้อย 679 องค์ รูปปั้น 82 องค์ ภาพผนัง 900 ตารางเมตรองค์ใหญ่ที่สุดสูง 27 เมตร เล็กสุด 20 เซนติเมตรนับเป็นผลงานปฏิมากรรมสลักจากหินทรายที่งดงามเป็นเลิศช่วงศตวรรษที่ 5
กลางวัน
บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านอิสระช้อปปิ้ง จนสมควรแก่เวลานำท่านกลับสู่ที่พัก
ค่ำ
บริการอาหาร ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านเข้าสู่ที่พัก LANZHOU FEITIAN HOTEL หรือเทียบเท่า 4*
วันที่สิบเอ็ด หลันโจว - กวางเจา - (สนามบินสุวรรณภูมิ) กรุงเทพฯ
เช้า
บริการอาหาร ณ ที่พัก หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่สนามบิน
08.35 น.
บินลัดฟ้ากลับสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบิน CHINA SOUTHERN AIRLINE (CZ) เที่ยวบินที่ CZ3220
13.35 น.
แวะเปลี่ยนเครื่องที่เมืองกวางเจา
16.05  น.
บินต่อสู่กรุงเทพฯ ด้วยเที่ยวบินที่ CZ363
17.55 น.
ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ
หมายเหตุ
ตามนโยบายของบริษัททัวร์เมืองจีน ต้องการให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักสินค้าพื้นเมืองของจีน ซึ่งจำเป็นต้องบรรจุรายการลงไว้ในโปรแกรมทัวร์ ดังนั้นบริษัททัวร์จึงขอความร่วมมือจากลูกทัวร์ทุกท่านแวะชม แวะดู (เข้าร้านละ 30 - 45 นาที) โดยที่ท่านสามารถเลือกซื้อสินค้าหรือไม่ซื้อก็ได้ขึ้นอยู่กับความพอใจของลูกค้าเป็นหลักไม่มีการบังคับใดๆทั้งสิ้น (ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือ)
 
ข้อมูล
ข้อมูลการเดินทาง :
วันที่เริ่มเดินทาง : (วว/ดด/ปป)
ผู้ใหญ่ 1 คน (P1A)
ผู้ใหญ่ 1 คน พักกับเด็ก 1 คน (P1A1C)
ผู้ใหญ่ 2 คน พักกับเด็ก 1 คน มีเตียงเสริม (P2A1C_WB)
ผู้ใหญ่ 2 คน พักกับเด็ก 1 คน ไม่มีเตียงเสริม (P2A1C_NB)
ผู้ใหญ่ 1 คน พักห้องเดี่ยว (P1A_SR)



 
หมายเหตุ
P1A = ผู้ใหญ่ 1 คน
P1A1C = ผู้ใหญ่ 1 คน พักกับเด็ก 1 คน
P2A1C_WB = ผู้ใหญ่ 2 คน พักกับเด็ก 1 คน มีเตียงเสริม
P2A1C_NB = ผู้ใหญ่ 2 คน พักกับเด็ก 1 คน ไม่มีเตียงเสริม
P1A_SR = ผู้ใหญ่ 1 คน พักห้องเดี่ยว
Print Info